• sales
  • 064-931-9191
  • admin@sync-innovation.com
  • support
  • 095-778-1204
  • support@sync-innovation.com
  • mon-sat 8:00-19:00

3D Printer มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

 เครื่อง 3D Printer หรือเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ในปัจจุบันที่เราเห็นกัน มีอยู่หลากหลายยี่ห้อและราคา อีกทั้งมีหลากหลายเทคโนโลยี ซึ่งทำให้มีความสามารถแตกต่างกัน ทำให้ผู้ที่สนใจต้องการใช้หรือซื้อเครื่อง 3D Printer สับสนกับรายละเอียดที่ผู้จำหน่ายให้มา บทความนี้จึงได้แนะนำ เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตเครื่อง 3D Printer

สมาคมการทดสอบและวัสดุอเมริกัน (American Society for Testing and Materials, ASTM) ได้แบ่งมาตรฐานของเครื่อง 3D Printer หรือการผลิตแบบเติม (Additive Manufacturing, AM) ไว้ 7 เทคโนโลยี ให้คนทั่วไปสามารถนำไปใช้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องลิขสิทธิ์จากผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งบทความนี้ได้จัดหมวดหมู่ออกเป็น 5 เทคโนโลยี ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่

1. Stereolithography, SLA

 เป็นเทคโนโลยีแรกของเครื่อง 3D Printer คิดค้นโดยคุณปู่ Chuck Hull อาศัยแหล่งกำเนิดแสงจากเลเซอร์หรือโปรเจคเตอร์ ที่มีความยาวคลื่นในช่วงรังสียูวี (UV) ฉายไปยังเรซิน (Resin) ทำให้เกิดการแข็งตัวทีละชั้น ความละเอียดของชิ้นงานขึ้นอยู่ความสามารถของแหล่งกำเนิดแสง ซึ่งสามารถมีขนาดเล็กได้ถึง 1 ไมครอนจนถึง 250 ไมครอน สำหรับการใช้งานทั่วไป(ขึ้นกับความสามารถของเครื่อง) หลังจากขึ้นรูปเป็น 3 มิติแล้ว ต้องนำมาผ่านรังสี UV หรือ ตากแดดอีกรอบ เพื่อให้เรซินแข็งตัวสมบูรณ์จึงพร้อมใช้งาน

2. Polymer Jetting

 เป็นเทคโนโลยีที่เอาระบบการพิมพ์ของ 2D Printer มาใช้งาน โดยเปลี่ยนจากน้ำหมึก เป็นเรซินหรือพลาสติก  โดยเริ่มจากพ่นพลาสติกออกจากหัวพิมพ์ที่มีขนาดเล็กมากๆเหมือนเข็มไปยังฐานพิมพ์ และให้แสง UV เพื่อคงรูปพร้อมกับทำการพิมพ์ เทคโนโลยีนี้มีข้อดี คือให้ความละเอียดและความเร็วในการพิมพ์ที่สูงมาก และสามารถสร้างชิ้นงานที่มีหลายคุณสมบัติภายในชิ้นเดียว โดยอาศัยหัวพิมพ์หลายๆหัว ที่บรรจุวัสดุที่มีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ชั้นที่ 1 ใช้วัสดุ A จากหัวที่ 1 ซึ่งมีความแข็งแรงสูงเป็นฐาน ขณะที่ชั้นที่ 20 เป็นวัสดุ B จากหัวที่ 2 ซึ่งสามารถดัดงอได้

3. Fused Deposition Moldeling หรือ FDM 3D Printer

 เป็นเทคโนโลยีที่ใช้วัตถุดิบเป็นเส้น (3D Filament) มาให้ความร้อนจนหลอมละลายและอัดรีดผ่านหัวฉีด (Nozzle) ขึ้นรูปชิ้นงานเป็นชั้นๆจนสมบูรณ์ เป็นกระบวนการที่นิยมใช้กันมากที่สุด ตั้งแต่เครื่องระดับทั่วไป จนถึงระดับอุตสาหกรรม มีต้นทุนด้านวัตถุดิบที่ถูก และหลากหลายมากที่สุด อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อด้อยด้านความละเอียดในการพิมพ์ต่ำกว่าเทคโนโลยีอื่น เนื่องจากข้อจำกัดของขนาดหัวพิมพ์ที่มีขนาดใหญ่และใช้มอเตอร์ทั่วไปในการทำงาน

4. Selective laser sintering หรือ SLS 3D Printer

  เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แสงเลเซอร์ที่มีพลังงานสูง (มากกว่า SLA) ฉายเพื่อให้วัสดุในจุดที่ฉายเกิดการหลอมละลายติดกัน สามารถใช้ได้ทั้งพลาสติก โลหะ และเซรามิกส์ ให้ความละเอียดการพิมพ์ที่สูงและรวดเร็ว ชิ้นงานที่ได้มีความแข็งแรงสูงมาก เหมือนการขึ้นรูปแบบปกติ ปัจจุบันยังไม่เห็นเครื่องพิมพ์ราคาถูก ออกจำหน่ายให้ผู้ใช้ทั่วไป

5. Laminated Object Manufacturing หรือ LOM

กระบวนการนี้จะคล้ายกับการนำวัตถุดิบมากัดหรือกลึงให้เป็นรูปร่างตามต้องการ โดยเทคโนโลยีนี้ใช้แสงหรือมีด ในการตัดกระดาษให้เป็นรูปร่างทีละชั้น และพ่นกาวเพื่อทำให้แต่ละชั้นติดกัน ความละเอียดขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษที่ใช้ปกติอยู่ที่ 100 ไมครอนต่อชั้น

การเลือกเครื่อง 3D Printer เทคโนโลยีประเภทไหน ต้องขึ้นอยู่กับประเภทของงาน วัสดุที่ต้องการ ความละเอียด งบประมาณ ผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราก็คงต้องเลือกเครื่องพิมพ์แบบ SLA หรือ FDM ที่ราคาและความสามารถคุ้มค่ากับเงินลงทุน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

สนใจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรามีเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภท ตั้งแต่บุคคลเริ่มต้นจนไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งาน และวัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด

ติดตามข่าวสารและบทความ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

phrozen sonic mini
3D Printing Technology

Manual การใช้งานเครื่อง Phrozen Sonic Mini

คู่มือการใช้งาน Phrozen Sonic Mini แกะกล่องตรวจสอบอุปกรณ์ เพื่อให้เข้าใจการทำงานของเครื่องได้ดีขึ้น ควรอ่านคู่มือการใช้งานให้ละเอียดก่อนลงมือใช้งานจริง หากพบปัญหาการใช้งานกรุณาติดต่อ

อ่านต่อ
In-ear Monitor 3d Printing
3D Printing Technology

In-ear Monitor Manufacturing Process

ไอเท็มที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยของเหล่าบรรดาสายบันเทิง พิธีกร ศิลปิน หรือนักร้องเวลาขึ้นแสดงคอนเสิร์ต เพราะ in-ear monitor เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ศิลปินได้ยินเสียงร้อง

อ่านต่อ
3D Printing Materials

Antimicrobial Filament เส้นปลอดเชื้อจุลินทรีย์ ปลอดภัยจริงมั้ย ?

สารต้านจุลชีพ หรือสารที่ทำลายเชื้อจุลินทรีย์และแบคทีเรียได้โดยเฉพาะ เรียกว่า Antimicrobial ซึ่งมีฤทธิ์ทำลาย หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลชีพ อันได้แก่ ไวรัส

อ่านต่อ