• sales
  • 064-931-9191
  • admin@sync-innovation.com
  • support
  • 095-778-1204
  • support@sync-innovation.com
  • mon-sat 8:00-19:00
Menu

เทคโนโลยีการสร้างบ้าน อาคาร ด้วย 3D Printer

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศในทวีปต่างๆ และประเทศไทยเริ่มประสบปัญหาความซบเซาในอุตสาหกรรมการสร้างบ้าน และอาคาร ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการและการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร สิ่งนี้มีส่วนทำให้เกิดวิกฤตกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โครงการหมู่บ้าน หรือคอนโดมิเนียม ขยายตัวติดลบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคอนโดขายไม่ออก ผู้ประกอบการที่ต้องรับภาระ และใช้วิธีการสร้างบ้านแบบดั้งเดิม ซึ่งมีต้นทุนที่สูง หลายประเทศจึงหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อลดต้นทุนการก่อสร้าง เป็นการจูงใจให้ผู้อุปโภคลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยทดลองใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติสร้างที่พักอาศัย หรือออฟฟิศ ในลักษณะ Home 3D Printer

Home Building 3D Printer เป็นกระบวนการที่มีการต่อยอด และพัฒนาโดยใช้หลักการพิมพ์พลาสติก 3 มิติ แบบ FDM (Fused Deposition Modeling) ซึ่งวิธีการสร้างบ้านแบบดั้งเดิมมีขั้นตอน และใช้แรงงานคนจำนวนมาก และปัจจัยอีกหลากหลายที่ส่งผลต่อต้นทุนการก่อสร้างในแต่ละครั้ง เป็นปัญหาโดยตรงต่อผู้มีรายได้น้อยที่คิดจะมีบ้าน หรือสร้างบ้านเป็นของตนเอง รวมกับท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน จึงได้ผลักดันให้ต้นทุนผ่านจุดที่สามารถจ่ายได้สำหรับคนทั่วไป

3D Printed House เป็นเทคโนโลยีที่หลายประเทศเลือกใช้สำหรับการแก้ปัญหาเหล่านี้ เพราะมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ทำให้การจัดสรรและการจัดหาที่พักอาศัยมีเพียงพอต่อประชากรในประเทศกำลังพัฒนา และเป็นทางเลือกที่ประเทศพัฒนาแล้วนำมาใช้ผลิตจริง ดังนี้

1. ดูไบ (Dubai)

ในปี 2019 อาคารพิมพ์ 3 มิติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ Al Warsan ของประเทศดูไบ ได้รับการบันทึกใน Guinness World Records เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติครั้งแรกและใหญ่ที่สุดในโลก สามารถสร้างบ้านได้สำเร็จภายใน 2 วัน จาก 3D Printer อีกทั้งยังผ่านการตรวจสอบเกี่ยวกับอาคารแล้ว เรียกได้ว่าเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ดีสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมสร้างบ้านและเป็นไปตามมาตรฐานการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีการใช้เส้นโค้งและรูปร่างที่ซิกแซกมากขึ้นในทางสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นการทดสอบความสามารถของเครื่องพิมพ์อย่างแท้จริง

ข้อดีของโครงการนี้ คือ เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการก่อสร้าง เนื่องจากเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติจะช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผล ทำให้อาคารสร้างเสร็จในเวลากำหนด ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง และนำไปสู่การพัฒนาวิธีแก้ปัญหาโดยการลดจำนวนคนงานก่อสร้าง และลดอัตราความอันตรายที่จะเกิดกับผู้ปฏิบัติหน้างาน อาคารหลังนี้มีความสูง 9.5 เมตร และมีพื้นที่ 640 ตารางเมตร ใช้แรงงานคนครึ่งหนึ่งตามปกติ แต่มีของเสียน้อยกว่าการก่อสร้างแบบดั้งเดิมประมาณ 60% โดยประมาณว่าจะลดต้นทุนการก่อสร้างลงได้ 60% ด้วยเช่นกัน

2. รัสเซีย (Russian)

Apis Cor เป็นบริษัทในประเทศรัสเซีย ที่ได้พัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติให้สามารถสร้างบ้านในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น เครื่องมีความยาว 4.5 เมตร กว้าง 1.5 เมตร และสูง 1.5 เมตร สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายโดยใช้เครน (crane) เป็นเครื่องพิมพ์ 3D หัวเหล็กที่อัดคอนกรีตบนพื้นผิวทีละชั้น ความหนาการพิมพ์ 132 ตารางเมตร ยิ่งไปกว่านั้นสามารถตั้งค่าเครื่องพิมพ์ในสถานที่ให้พร้อมเริ่มงานได้ภายใน 30 นาที ซึ่งทาง Apis Cor ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ของตัวเองสำหรับเครื่องพิมพ์พร้อมกับโปรแกรมควบคุมเพื่ออำนวยความสะดวกในงานก่อสร้าง

3. ฝรั่งเศส

Constructions-3D เป็นบริษัทในประเทศฝรั่งเศส มีความร่วมมือระหว่าง Machines-3D และสถาปนิกชาวเบลเยียม Gael Collaro โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างบ้านที่สามารถปรับแต่งได้จากวัสดุรีไซเคิลที่มีแหล่งในท้องถิ่น บนพื้นฐานของเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลอง ด้วยการผสมและพิมพ์ทับอัดขึ้นรูปคอนกรีตทีละชั้น เพื่อสร้างโครงสร้าง เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติช่วยให้การก่อสร้างอาคารและโครงสร้างอื่น ๆ เสร็จในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เปิดทางเลือกในภาคการก่อสร้าง ยิ่งไปกว่านั้นสามารถสร้างรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน ซึ่งไม่สามารถสร้างได้ด้วยวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม โดยครอบครัวแรกของโลก อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสได้ย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านที่พิมพ์แบบ 3 มิติ คือครอบครัวของ Ramdanis

Ynhova house มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนาด 95 ตารางเมตร สร้างขึ้นสำหรับครอบครัวขนาด 5 ห้อง และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตร 3D printing method เรียกว่า BatiPrint3D ใช้กระบวน Additive Manufacturing เป็นหลัก ซึ่งเกิดจากการพัฒนางานวิจัยจาก University of Nantes และได้รับความร่วมมือจาก Housing association ของประเทสฝรั่งเศส ทำให้ได้บ้านราคาถูกกว่าการก่อสร้างแบบเดียวกัน 20% ด้วยราคาประมาณ 176,000 ปอนด์ แต่ต้องใช้เวลาในการพิมพ์ 54 ชั่วโมง โดยมีผู้รับเหมาเพิ่มอีก 4 เดือน ในการตกแต่งเพิ่มเติมสิ่งต่างๆ เช่น หน้าต่าง ประตู หลังคา เป็นต้น

4. อิตาลี (Italian)

WASP ผู้ผลิตจากประเทศอิตาลี ได้พัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เป็นคอนกรีตที่ใหญ่ที่สุดในตลาดในปัจจุบัน เครื่องพิมพ์ 3 มิติสูง 12 เมตร และกว้าง 7 เมตร สามารถปรับความยาวได้สูงสุด 6 เมตร เครื่องพิมพ์นี้เรียกว่า BigDelta มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองต่อวิกฤติราคาที่อยู่อาศัย เป็นการสร้างบ้านราคาถูกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เป้าหมายระยะยาวของโครงการคือ BigDelta จะพัฒนาความสามารถที่จะพิมพ์ด้วยฟาง ดิน และอื่นๆ ดังนั้นบ้านจึงสามารถสร้างบ้านด้วยวัสดุที่มาจากธรรมชาติ อย่างไรก็ตามในตอนนี้เครื่องสามารถขยับได้สูงถึง 200 กิโลกรัม แต่แนะนำให้ใช้ 40-50 กิโลกรัม

ผู้ผลิตของอิตาลีน่าสนใจอีกหนึ่งบริษัทอย่าง D-Shape เป็นเครื่องพิมพ์ 3D ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ ด้วยการใช้เทคโนโลยีของ Binder jetting กับวัสดุที่ผสมทราย น้ำ และสารยึดเกาะของแมกนีเซียม ทำให้ D-Shape สามารถสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่จากวัสดุที่คล้ายหินนี้ กระบวนการนี้สร้างขึ้นโดย Italian Enrico Dini ในปี 2006 หรือที่เรียกว่า ‘the man who prints buildings’  

5. เนเธอร์แลนด์

CyBe Construction เป็นบริษัทจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่มีภารกิจในการปฏิวัติการพิมพ์ 3 มิติให้เป็นรูปธรรมด้วยแอพพลิเคชั่นเพื่อการก่อสร้างบ้าน โดยผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติคอนกรีตออกมา 2 รุ่น คือ CyBe RC 3Dp และ The CyBe R 3Dp รวมถึงวัสดุมอร์ตา (Mortar) เครื่องพิมพ์ 3D ที่ใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เหล่านี้ต้องการผู้ปฏิบัติงานสองคนเพื่อควบคุมการผลิต แต่เครื่องพิมพ์สามารถพิมพ์โครงสร้างขนาดใหญ่ได้ในเวลาเพียง 20 นาทีเนื่องจากความรวดเร็วในการพิมพ์ 200 มม. / วินาที

6. สหรัฐอเมริกา

Contour Crafting เป็นบริษัทเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติที่พัฒนาโดย Behrokh Khoshnevis ที่ University of Southern California ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศักยภาพในการสร้างบ้านได้อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างเมืองที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งการก่อสร้างบ้านจะดำเนินการโดยคอมพิวเตอร์ที่มีการพิมพ์ 3 มิติ เพื่อสร้างโครงสร้างทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว และปราศจากการแทรกแซงของมนุษย์ โดยนำหลักการทำงานแบบ Contour Crafting มาใช้ และการตั้งค่าที่รวดเร็ว ผลออกมาเป็นรูปธรรมเหมือนคอนกรีต จะถูกวางแบบทีละชั้นจนกว่าการสร้างจะเสร็จสิ้น สามารถเพิ่มชิ้นส่วนทางเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่อประปา และสายไฟขณะที่ชั้นกำลังถูกสร้างหรือพิมพ์ขึ้นได้ด้วย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

สนใจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรามีเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภท ตั้งแต่บุคคลเริ่มต้นจนไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งาน และวัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด

ติดตามข่าวสารและบทความ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

Injection molding with 3D model
3D Printing Technology

3D Printing กับ Injection molding

การพิมพ์ 3 มิติและการฉีดขึ้นรูปอาจเป็นกระบวนการที่แตกต่างกันอย่างมาก แต่ทั้งคู่ต่างก็มีส่วนสำคัญในการผลิต โดย

อ่านต่อ
Youtube logo
3D Printing Technology

แนะนำ Youtube Channel ที่น่าสนใจสำหรับ Maker สาย 3D Printing

สำหรับยุคนี้การสื่อสารผ่านช่องทางอย่าง Facebook Youtube ได้รับความนิยมมากกว่าการทำคอนเทนต์ที่เป็นตัวอักษรบนเวบไซต์อย่างเดียวไปแล้ว เนื่องจากเป็นการสื่อสารที่เห็นภาพ

อ่านต่อ