• sales
  • 064-931-9191
  • admin@sync-innovation.com
  • support
  • 095-778-1204
  • support@sync-innovation.com
  • mon-sat 8:00-19:00
Menu

On-demand manufacturing เป็นการผลิตตามความต้องการ ซึ่งกำลังเปลี่ยนวิธีการแบบเดิมๆ ที่บริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ของตนออกสู่ตลาด ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้งก็จะสามารถสั่งซื้อต้นแบบ และการผลิตระยะสั้นในราคาต่ำ การผลิตที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและต้นทุนการผลิตต่ำจะช่วยให้ธุรกิจสามารถมุ่งเน้นทรัพยากรในเรื่องอื่น ๆ ได้มาก

ทั้งนี้ในกรอบของการผลิตในอนาคต หรือ Factories of the Future คงหนี้ไม่พ้นเรื่องการหาวัตถุดิบใหม่ๆ เช่น มีน้ำหนักเบา หรือแบตเตอรี่ประหยัดพลังงานได้ รีไซเคิลกลับมาใช้ได้ง่ายเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งกระบวนการ Automation หรือว่าไอทีมาช่วยเสริมในการผลิตเป็นสิ่งที่สำคัญแล้วในยุคปัจจุบันและอนาคต

การผลิตแบบ Digital Manufacturing ก็คือกระบวนการผลิตที่นำเอา “เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์” เข้ามามีบทบาทในระดับสูง ส่งผลให้การผลิตสินค้ามีความเที่ยงตรงแม่นยำมากขึ้น (ทั้งในเชิงรูปแบบและจำนวน) และขยายขอบเขตความเป็นไปได้ของการผลิตให้ก้าวไปสู่มิติใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในปัจจุบันระบบการผลิตเช่นนี้ อาจมีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น Direct Digital Manufacturing, Rapid Manufacturing, Instant Manufacturing หรือ On-demand Manufacturing เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตลักษณะนี้ แน่นอนว่า 3D Printer ตรงตามเงื่อนไขและความต้องการการผลิตมากที่สุดแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถพัฒนาสินค้าต้นแบบ (Prototype) และสินค้าตัวจริงได้อย่างง่ายดาย รวมถึงสามารถวางแผนการผลิตได้เสร็จสรรพตั้งแต่ต้นจนจบ และยังมีความพร้อมที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์หรือการผลิตส่วนไหนก็ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นอย่างง่ายดายด้วย ทั้งนี้มีการกล่าวกันว่าเทคโนโลยีดิจิตอลที่กำลังพลิกโฉมวิธีการผลิตสินค้า ซึ่งอาจจะเปลี่ยนวิถีชีวิตและวิถีการทำงานของเราในวันนี้อาจจะเป็น “การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3”

ตัวอย่างที่ลูกค้าสั่งผลิต

สำหรับเทคโนโลยี 3D Print คือการผลิตแบบเพิ่มเนื้อ หรือ Additive Manufacturing เป็นที่รู้จักกันดีกับการสร้างชิ้นงานต้นแบบอย่างรวดเร็วหรือ Rapid Prototyping ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรรมวิธีการผลิตแบบ Additive Manufacturing หากถามถึงความแตกต่าง เมื่อเทียบกับกรรมวิธีการผลิตแบบเดิมที่ใช้กันโดยทั่วไป เช่น การกัด กลึง ไส และเครื่องจักร CNC นั้น การผลิตแบบ Additive Manufacturing ก็คือการที่เราสร้างข้อมูลในรูปแบบ 3D Digital Data จากนั้นทำการถ่ายโอนข้อมูลไปสู่ตัวเครื่องที่ทำหน้าที่ผลิต ที่จะทำการสร้างชิ้นงานออกมาเป็นรูปทรงวัตถุ 3 มิติได้โดยตรง ให้เหมือนกันต้นทางที่เราออกแบบไว้ ในปัจจุบันนี้ก็มีหลายเทคโนโลยีให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น FDM, SLA, SLS, MJM, Ink Jet และอื่นๆ

ประโยชน์ก็คือการได้นำเครื่องมือและนวัตกรรมต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ล้วนแต่เป็นข้อดีของการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้กับการผลิต เช่น ยกระดับความสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่  ลดการสิ้นเปลืองทรัพยากร พลังงาน และเวลา สนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคลากร (Team Collaboration) ลดการทำงานบนกระดาษ ลดขยะ ลดข้อผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) เพิ่มศักยภาพการผลิต และเพิ่มผลผลิต เป็นต้น

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

สนใจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรามีเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภท ตั้งแต่บุคคลเริ่มต้นจนไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งาน และวัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด

ติดตามข่าวสารและบทความ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

Additive Manufacturing job
3D Printing Technology

เทคโนโลยี Additive Manufacturing กับ 5 ตำแหน่งงานสายวิศวกรรม

เทคโนโลยี Additive Manufacturing จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ในอีกไม่กี่ปี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของการผลิตที่จะนำหุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์ หรือการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ที่จะเข้ามาแทนที่การผลิตแบบเดิม

อ่านต่อ
3D Printing Technology

รวบรวม Open Source Robot Arm ที่ผลิตได้เองจาก 3D Printer

ปัจจุบันเครื่อง 3D Printer หาซื้อได้ง่ายมาก เริ่มต้นราคาไม่ถึงหมื่นบาท จนไปถึงหลายล้านบาท แถมยังมีขนาดการพิมพ์ที่ใหญ่โต เพียงพอกับการใช้งานทั่วๆไป

อ่านต่อ
Dental Model from 3D Printer
3D Printing Technology

Phrozen Sonic: Dental 3D Printer ที่ราคาย่อมเยา ปริ้นไว

ความต้องการของ Dental 3D Printer สำหรับกลุ่มแลปทันตกรรมที่ต้องทำงานขึ้นรูปเกี่ยวกับฟันหรือส่วนอื่นๆของคนไข้ที่มีรูปร่าง ความซับซ้อน แตกต่างกันออกในแต่ละคน ดังนั้นเครื่องมือที่จะเห็นเป็นส่วนใหญ่คือ

อ่านต่อ