3D Printing กับการผลิต Jewelry เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการทำเครื่องประดับในแต่ละขั้นตอนจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ มีส่วนเข้ามาช่วยให้การทำจิวเวลรี่ง่ายขึ้น แต่ยังคงลวดลาย ความสวยงามไว้ได้อย่างดี นั่นก็คือ 3D Printing และโปรแกรมออกแบบ 3D Model ที่เข้ามามีบทบาทและเป็นตัวช่วยตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปถึงขั้นตอนสุดท้าย สามารถลดต้นทุนในการผลิต ใช้เวลาน้อยลง กระบวนผลิต Jewelry ลดลง ทำให้ได้เครื่องประดับออกสู่เชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วอย่างที่เราเห็นกัน

1. การออกแบบ (design)

นักออกแบบบางคนชอบงานเชิงประติมากรรม โดยเริ่มต้นด้วยร่างชิ้นส่วนของเครื่องประดับจากการแกะสลักเกือบทั้งหมด หรือการออกแบบด้วยดินสอ ปากกา โดยแปลไอเดียร์จากความคิดผ่านมือวาดลงสู่กระดาษ   ใช้ความสามารถร่วมกับฝีมือความชำนาญของดีไซเนอร์ในการออกแบบ กำหนดขนาดและสัดส่วนของแหวน หรือเครื่องประดับเพชร แม้ว่าในปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์บางโปรแกรมที่จะทำให้กระบวนการออกแบบนี้เป็นมาตรฐาน เป็นการออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น Jewel CAD , Rhino ,Matrix, Google sketchup เป็นต้น ภาพแหวนหรือจิวเวลรี่ที่ได้จะเป็นภาพสามมิติ สามารถเห็นได้ทุกมุมมอง ทั้งด้านใน ด้านนอกแหวน แต่นักออกแบบหลายคนก็ยังคงชอบใช้ดินสอ หรือร่างแบบด้วยมือ

ไม่ว่าจะใช้วิธีใดออกแบบการวาดด้วยมือหรือการทำด้วยโปรเเกรม 3D เพื่อให้ผู้ออกเเบบสามารถเห็นภาพชิ้นงานที่ตนเองออกเเบบมากขึ้น รูปร่างมักมาจากมุมมองที่แตกต่างกัน แนวร่วมสมัยแฟชั่นในปัจจุบัน เครื่องประดับเกือบทั้งหมดเป็นแนวคิดสามมิติ (three-dimensional) การเก็บรวบรวมข้อมูลในการออกแบบ เพื่อนำไปสู่การวางแนวคิดในการออกแบบให้สร้างความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทั้งสองกระบวนการนี้ต้องตระหนักถึงความเป็นไปได้ในกระบวนการผลิตจริง เเละสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อลดปัญหาในกระบวนการผลิต

Lcd 3d printer
3d jewelry

2. การทำต้นแบบ (making jewelry)

ความสำคัญของการทำต้นแบบ คือทำเป็นแม่พิมพ์สำหรับผลิตงานจริง โดยการออกแบบภาพร่างนั้นถูกแกะสลัก นิยมใช้ขี้ผึ้ง หรือเทียน เรียกว่า “Wax” ชิ้นงานต้นแบบนี้จะต้องสมบูรณ์แบบและไร้ที่ติในทุกรายละเอียด เนื่องจากชิ้นแรกจนถึงสุดท้ายจะดีเท่าหมด สิ่งที่ยุ่งยากคือในระหว่างกระบวนการเปลี่ยนโมเดลนี้กว่าจะไปถึงชิ้นสุดท้าย ขนาดจะหดตัวเล็กน้อยขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ ดังนั้นผู้สร้างแบบจำลองจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าขี้ผึ้งต้นแบบนั้นมีขนาดใหญ่กว่าที่ต้องการเล็กน้อย แต่ขนาดใหญ่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้การตั้งค่าและแหวนตัวอย่างจะมีขนาดที่เหมาะสมหลังจากการหดตัว

การทำต้นแบบด้วยเทียนหรือขี้ผึ้ง ให้มีขนาดและรูปร่างเหมือนกับแบบที่ออกแบบไว้ หากออกแบบด้วยมือ ก็ต้องให้ช่างฝีมือ แกะต้นแบบเทียน ซึ่งต้องใช้เวลา ความละเอียดรอบคอบในการอ่านแบบ และแกะต้นแบบให้เหมือนกับแบบมากที่สุด แต่ถ้าหากออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ก็สามารถที่จะใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องพิมพ์ 3 มิติในการทำต้นแบบในเวลาอันสั้น และได้จำนวนมาก จะช่วยให้ผู้ผลิตโมเดลบรรลุความสมบูรณ์แบบ มีเครื่องมือมากมายรวมถึงวัสดุที่น่าสนใจสำหรับการต้นแบบเครื่องประดับ

ปัจจุบันมีการใช้เรซิน (Resin) กับงาน Jewelry มากขึ้น เนื่องจากเรซินสำหรับงานหล่อด้วยกระบวนการ investment casting มีส่วนผสมของปริมาณเนื้อแวกซ์ที่เหมาะสม ทำให้ขึ้นรูปด้วยเครื่อง DLP หรือ LCD 3D Printer ได้ง่าย ให้รายละเอียดของชิ้นงานที่คมชัดอย่างแม่นยำตามที่ต้องการ ต้นแบบที่ผ่านขึ้นรูปด้วยวิธีนี้มีขนาดมาตรฐานเดียวกันทุกชิ้น และสามารถเข้าสู่กระบวนการหล่อได้เลย

3D Printing กับการผลิต Jewelry เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?
3D Printing กับการผลิต Jewelry เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

3. การหล่อ (casting)

การหล่อเครื่องประดับ คล้ายกับการหล่อตุ๊กตาด้วยปูนปาสเตอร์ในสมัยเด็กๆ แต่ปูนที่ใช้สำหรับทำเบ้าปูนจิวเวลรี่ เม็ดปูนจะต้องมีความละเอียด เป็นปูที่สามารถทนทานต่ออุณหภูมิสูงของโลหะในการหล่อเครื่องประดับ โดยโลหะที่นิยมนำมาหล่อ ได้แก่ เงิน Silver 925, ทอง, ทองเหลือง เป็นต้น

การทำแม่พิมพ์ปูนสำหรับการหล่อ จะใช้ปูนมาผสมกับน้ำ ผสมกันจนปูนกับน้ำเข้าที่แล้ว เทลงในโมลที่เตรียมไว้ ซึ่งภายในจะวางงานต้นแบบไว้ก่อน ทิ้งไว้ให้เย็นและแข็งตัว จากนั้นแกะโมลออก และนำเข้าเตาอบ เพื่อต้องการให้ต้นแบบที่ติดไว้ละลายออกจากเบ้าปูน ทำให้ภายในเบ้าปูนเกิดเป็นโพรงตามรูปร่างที่เราได้ออกแบบและสร้างต้นแบบไว้ และสามารถเทน้ำโลหะให้ไหลเข้าไปได้แทนที่ชองว่างที่อยู่ภายในเบ้าปูน ซึ่งวิธีการที่นิยมกันอย่างแพร่หลายสำหรับการหล่อโลหะจะมี 2 แบบ คือ หล่อเครื่องประดับโลหะแบบเหวี่ยงหนีจุดศูนย์กลาง และหล่อเครื่องประดับโลหะะแบบสูญญากาศ ซึ่งจะทำให้เราได้เครื่องประดับตามต้องการ จากนั้นก็นำไปตกแต่งให้สวยงามด้วยการขัด ชุบ เคลือบต่างๆ เพิ่มความเงางาม

jewelry casting
3D Printer jewelry

4. การขัด และฝังเพชรหรือพลอย

เมื่อทำการหล่อเสร็จแล้วก็นำตัวชิ้นงานที่หล่อมาขัดแต่งให้เรียบร้อย พร้อมที่จะไปทำขั้นตอนต่อไปคือการฝังพลอยก็เป็นอันเสร็จ
3d printer
Jewelry Casting
3D Printing กับการผลิต Jewelry เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

3D Printer ทำต้นแบบจิวเวลรี่

เครื่องพิมพ์ 3 มิติช่วยให้ทำงานได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนทำงานด้านจิวเวลรี่ ทันตกรรม หรือโมเดลขนาดเล็ก ที่ต้องการความละเอียดและมีความแม่นยำสูง ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้จอ Monochrome ความละเอียด 4K ดังนั้นจึงได้ทั้งความละเอียด และความเร็วจากเดิม รวมไปถึงอายุการใช้งานที่นานขึ้น ความร้อนระหว่างพิมพ์ลดต่ำลง เหมาะกับการใช้งานระยะเวลานาน เช่น

  • Elegoo Saturn 4K
  • Phrozen Sonic Xl 4K
Lcd 3d printer
3D Printing กับการผลิต Jewelry เกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

สนใจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรามีเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภท ตั้งแต่บุคคลเริ่มต้นจนไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งาน และวัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด

ติดตามข่าวสารและบทความ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

3D Printing Materials

Natural Material ในเทคโนโลยี Selective Laster Sintering (SLS)

นิยามของวัสดุธรรมชาติในเทคโนโลยี SLS 3D Printing สำหรับบทความนี้อ้างอิงเฉพาะวัสดุในกลุ่มพอลิเมอร์ (Polymer) ที่มีวัสดุสำหรับธรรมชาติจำนวนมากในปัจจุบัน ปัจจุบันมีหลายคำศัพท์ที่ทำให้ผู้อ่านสับสนได้

อ่านต่อ
3D Printing Materials

ข้อมูลเทคโนโลยี Copper 3D Printing การใช้งาน และแนวโน้มในอนาคต

วัสดุทองแดงหรือ Copper คืออะไร ทองแดงเป็นโลหะชนิดหนึ่งที่มีการนำมาใช้งานมากและนานที่สุด มีสมบัติเด่นหลายอย่าง อาทิเช่น มีค่าการนำไฟฟ้าสูง ราคา

อ่านต่อ