Skip to content

090-998-8151 | ✉ sales@sync-innovation.com | 🕐 Mon–Sat 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation
sales@sync-innovation.com | 🕐 Mon–Sat 9:00–17:00

Logo of Sync Innovation with a light bulb icon.Logo of Sync Innovation with a light bulb icon.
การซ่อมไฟล์ 3D Model STL เพื่อใช้กับเครื่อง 3D Printer

การซ่อมไฟล์ 3D Model STL เพื่อใช้กับเครื่อง 3D Printer

ปัญหาไฟล์ 3D Model เสียเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ปัญหาเกิน 90% ของไฟล์ 3D Model เสียเกิดขึ้นจากการแปลง หรือ Convert ไฟล์จากโปรแกรมเขียนแบบ ซึ่งมีหลากหลายโปรแกรม มีความเหมาะสมกับงานแตกต่างกันไป ที่สำคัญคือแต่ละโปรแกรมมีนามสกุลและการเก็บข้อมูลเฉพาะตัว ดังนั้นในหน้าจอการทำงานถึงแม้จะมีการแสดงผลที่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าหากมีการ Covert แล้วนำมาเปิดในอีกโปรแกรมหนึ่ง อาจจะความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดได้ โดยเฉพาะโปรแกรมที่สามารถสร้าง Surface หรือชิ้นงานที่ไม่มีความหนาได้ง่าย เช่น SketchUp,  Rhino ในขณะที่โปรแกรมกลุ่มวิศวกรรมจะเจอปัญหานี้น้อยกว่า อีกกลุ่มที่จะเจอปัญหาคือไฟล์จากเครื่อง 3D Scanner ที่มีการปิดผิวไม่สนิท

โปรแกรมของเครื่อง 3D Printer ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มของโปรแกรม Slicer ไม่ใช้โปรแกรมเขียนแบบ ส่วนใหญ่รองรับนามสกุล .stl และ .obj ดังนัั้นหลายๆโปรแกรมไม่สามารถที่จะซ่อมแซมไฟล์ได้ ดังนั้นหากผู้ใช้ไม่ตรวจสอบ อาจทำให้งานเสียหายและไม่เป็นไปตามที่ต้องการได้ เลยเป็นที่มาของบทความนี้ ที่แนะนำวิธีการตรวจสอบไฟล์ที่นำมาใช้งานและการซ่อมแซมอย่างง่ายกัน ซึ่งหากแก้ไขได้จากโปรแกรมต้นทางจะเป็นการแก้ที่ดีที่สุด

สำหรับคนที่ใช้งานเครื่อง Bambu Lab, Elegoo, Phrozen, Crealit ที่ปัจจุบันตัว slicer มีพื้นฐานมาจาก Orca Slicer จะมีฟีเจอร์ที่ตรวจสอบและซ่อมเองได้ในระดับหนึ่ง 

การแก้ไขไฟล์ 3D Model ที่เสียหายแบบ Manual

การแก้ไขไฟล์ 3D Model ที่เสียหายแบบ Manual การเช็คไฟล์โดยใช้ Meshmixer สามารถดาว์นโหลดได้ที่เวบหลักของผู้พัฒนา (Meshmixer)

หลังจากติดตั้งโปรแกรมแล้วสามารถ Import Model จากคำสั่ง “Import” ด้านหน้า หรือซ้ายบน


ไปที่คำสั่ง Analysis แล้วเลือกโหมด Inspect


หากไฟล์ที่นำเข้ามามีรูรั่ว (manifold) หรือส่วนที่ผนังบาง (surface) ตัวโปรแกรมจะระบุตำแหน่งออกมาตามภาพ


ที่คำสั่ง Hole Fill Mode จะมี 3 คำสั่งบ่อยในการปิดผิวดังกล่าว ในหลายๆกรณีไม่สามารถซ่อมได้สมบูรณ์

  • Minimal Fill ปิดผิวดังกล่าวโดยใช้จำนวนโพลิกอนน้อยที่สุด
  • Flat Fill สร้างผิวเรียบปิดส่วนดังกล่าว เหมาะกับทรงงานเรขาคณิต
  • Smooth Fill สร้างส่วนโค้งเพื่อปิดผิว เหมาะกับงานปั้น ส่วนโค้ง

ผู้ใช้สามารถเลือกโหมด Auto Repair All ซึ่งโปรแกรมจะซ่อมแซมให้อัตโนมัติทุกส่วนตามความเหมาะสม หรือสามารถเลือกการเติมผิวแต่ละจุดได้โดยเลือกโหมดการเติม และคลิ๊กที่บอลลูนซึ่งขึ้นบนชิ้นงานเป็นการปิดผิว ในหลายๆครั้งต้องใช้การปิดผิวหลายๆแบบร่วมกัน

 

ตัวอย่างการใช้งานจาก Pinshape

ตัวอย่างที่ 1: Surface Holes

1. ชิ้นงานมีรูขนาดเล็กที่ปลายชิ้นงาน และมีผิวที่ปิดไม่สนิทเป็นรูรั่วอยู่ เมื่อใช้คำสั่ง Inspect จะเห็นได้ชัดเจน

2. การซ่อมแซมผิวด้านซ้ายที่เป็นผิวโค้ง ต้องเลือกโหมด Smooth Fill แล้วคลิ๊กที่บอลลูนสีน้ำเงิน จะปิดผิวแนวโค้งได้
3. การซ่อมผิวด้านก้านของใบ เป็นระนาบ ผิวเรียบดังนั้นต้องเปลี่ยนเป็นหมด Flat Fill จากนั้นเลือกที่บอลลูนสีชมพู
4. จากภาพด้านบนยังพบว่ามีส่วนที่แยกกันอยู่คือสีน้ำเงินล้อมก้าน ซึ่งการซ่อมไฟล์ไม่ได้เชื่อมส่วนที่แยกกันอยู่ทั้งหมด ถ้าไปที่คำสั่ง Edit > Seperate Shell จะพบว่ามี 2 ชิ้นงานอยู่ในไฟล์เดียวกัน

5. ดังนั้นต้องเชื่อม 2 ส่วนนี้เข้าด้วยกันโดยไปที่ Object Browser เลือกทุกส่วนเข้าด้วยกันแล้วเลือก Combine
6. สุดท้ายจะเหลืองานแค่ชิ้นเดียวและทุกส่วนเชื่อมต่อกันไม่มีรอยรั่ว หรือส่วนที่ผนังบางตามภาพ

ตัวอย่างที่ 2: การแก้ผิวงานที่เป็น Surface

หลายๆโปรแกรมสามารถสร้างแบบ 3D Model โดยเป็น Surface ได้อย่างง่ายๆ ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้กับเครื่อง 3D Printer ได้ โดยเมื่อ Import เข้ามาใน Meshmixer แล้ว จะเห็นเป็นผิวโค้งซึ่งมีแถบสีฟ้าทั้งหมด เป็นการบอกว่าชิ้นงานนี้เป็นงานผนังบาง ไม่มีความหนา

หากเป็นโปรแกรมทั่วๆไป คงไม่สามารถยืด หรือให้ความหนางาน Surface ได้ง่ายๆ แต่ใน Meshmixer สามารถทำได้โดยกด Ctrl+A เพื่อเลือกชิ้นงานทั้งหมด (หรือคลิ๊กที่ชิ้นงาน) จากนั้นไปที่ Edit แล้ว Extrude จะสามารถให้ความหนา (offset)ได้ตามที่ต้องการ
สำหรับบางงานที่เป็นแบบโมเดลพร้อมใช้งานแล้ว แต่เป็น surfac เกือบทั้งหมด แล้วการ Auto Repair Fill โปรแกรมจะลบชิ้นงานไปทั้งหมด
วิธีการแก้ไขอีกแบบคือเลือกชิ้นงานไปที่ Edit หลักด้านซ้าย แล้วเลือก Make Solid ใช้ค่ามาตรฐานที่โปรแกรมตั้งมาก็จะช่วยได้ระดับหนึ่ง เป็นการแก้ไขชั่วคราว ซึ่งโหมดนี้รายละเอียดของชิ้นงานอาจจะมีหายไปบ้าง แต่ช่วยให้นำไปใช้กับเครื่อง 3D Printer ได้แน่นอน

สรุปการซ่อมแซมไฟล์ 3D Model

 บทความนี้อาจจะช่วยแก้ไขเฉพาะหน้าได้บ้าง แต่สิ่งที่ควรปฏิบัติมากที่สุดคือการขึ้นงาน 3D โดยทราบข้อจำกัดของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ตั้งแต่เริ่ม จะลดปัญหางานเสียได้มากที่สุด ทางผู้เขียนจะมาเพิ่มเติมเทคนิคการแก้ไข โดยใช้โปรแกรมซึ่งเป็นฟรี หรือราคาไม่แพงให้เป็นระยะ หากมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติม หรือเทคนิคขั้นสูงมากกว่านี้

ที่มา: Pinshape

Cart 0

Your cart is currently empty.

Start Shopping