12 ปัญหางานพิมพ์เสียของเครื่อง LCD 3D Printer และวิธีแก้ไข
ทำไมต้อง LCD 3D Printer ? (2025)
ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนจากวันที่เขียนบทความนี้เครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบเรซิน หรือ SLA 3D Printer แทบจะหาคนใช้ทั่วๆไปได้น้อยมาก เนื่องจากราคาเครื่องและวัสดุที่แพงกว่าเครื่อง FDM 3D Printer ขณะนั้นหลายเท่าตัว อีกทั้งความรู้บนอินเตอร์เน็ท หรือกลุ่มผู้ใช้ก็ยังน้อยมาก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาไปมาก จนสามารถนำจอ LCD ที่ใช้งานกันที่ไปมาทำ Masking หรือตัวฉายภาพสไลด์ แล้วใช้แสง UV ฉายไปให้เกิดภาพอีกที กลายเป็นเครื่อง LCD 3D Printer ที่ใช้หน้าจอตั้งแต่ 5.5 นิ้ว จนไปถึง 42 นิ้ว เป็นแหล่งฉายภาพ (ผู้ผลิตบางรายใช้คำว่า MSLA แทน เช่น Prusa) ซึ่งนอกจากจะได้รายละเอียดพิกเซลที่สูงตามจอที่ใช้แล้ว (2K 4K) แล้ว ยังมีราคาถูกลง จนคนทั่วไปสามารถซื้อเป็นเครื่องติดตัวได้อีกด้วย
[อัพเดด 2025] ปัจจุบันเทคโนโลยี LCD Resin 3D Printer แทบจะเป็นเทคโนโลยีหลักในการพิมพ์งานเรซินในเครื่องระดับเริ่มต้น จนถึงกลุ่มมืออาชีพในระดับหลักแสนบาทแล้ว ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีส่วนที่แตกต่างด้านฟีเจอร์ จดเด่นไม่เหมือนกัน แต่สำหรับกลุ่ม Consumer หรือตลาดคนใช้ทั่วไป ส่วนใหญ่จะเหมือนกันเกือบทั้งหมด ทั้งเรื่องซอฟแวร์ ที่หลายแบรนด์ทำหน้าจอการใช้งาน (UI) ขึ้นมาเอง วัสดุที่ใช้ร่วมกันได้หลากหลาย ปัจจุบันเราสามารถหาเครื่องที่ให้คุณภาพการพิมพ์สูงในหลักหมื่นต้นๆได้แล้ว
1. ชิ้นงานไม่ติดฐาน
ปัญหาแรกสุดที่ผู้ใช้มือใหม่เจอ ซึ่งปัจจุบันหลายเครื่องจะมีระบบ Semi หรือ Automatic Calibration ทำให้ลดปัญหานี้ไปได้ระดับหนึ่ง
ภาพปัญหา
ตรวจสอบระนาบและระยะห่างของฐานพิมพ์
หากพบชิ้นงานหลุดจากฐานเป็นประจำ ควรตั้งค่าระนาบฐานพิมพ์ใหม่ด้วยวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ โดยปกติแล้วหากใช้กระดาษ A4 เป็นตัวตั้ง ความหนา 80 ไมครอน FEP Film ความหนา 127 ไมครอน ดังนั้นระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างฐานพิมพ์และฟิล์มด้านล่าง ไม่ควรเกิน 50-70 ไมครอน หรือ 1-2 layer นั่นเอง
เพิ่มระยะเวลาการ Burn In ของชั้นฐาน
เพิ่มเวลาการฉายแสงที่ชั้นฐานขึ้นอีก 5-10% จากปกติ เพื่อให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ใน Chitubox หรือ Slicer มักใช้คำว่า Bottom Exposure Time
เพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสของฐานพิมพ์
ใช้กระดาษทรายหยาบขัดที่ฐานพิมพ์ เพื่อเพิ่มความขรุขระและพื้นที่ผิวสัมผัสระหว่างเรซินและชิ้นงานให้มากขึ้น หรือหากมีเครื่องมืออาจใช้การเจาะรูขนาดเล็กเพื่อช่วยก็สามารถทำได้
ตรวจสอบคุณภาพของ Film
FEP PFA หรือ NFEP Film มีอายุการใช้งาน สังเกตได้จากเวลาเทน้ำเรซินออก หากไม่มีเรซินเกาะ หรือติดอยู่เลย แสดงว่ายังมีสมบัติ “ไม่เกาะผิว” สูงอยู่ใช้งานได้ หากเรซินไหลยากแสดงว่้าหน้าสัมผัสเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว
หรือกรณีมีฝ้า รอยขีดข่วนจากการใช้งาน ก็ส่งผลต่อความเข้มแสงที่ส่งออกมาได้เช่นกัน
เครื่องรุ่นใหม่ๆอย่าง Saturn 4 จะเริ่มเตือนเมื่อพิมพ์เกิน 60,000 ชั้นขึ้นไป
ความหนืดของตัวเรซิน
เรซินกลุ่ม ABS-like หรือ PP-like หรือ Flexible จะมีความหนืดมากกว่าปกติ ดังนั้นควรตั้งเวลา Delay 2-5 วินาที ก่อนฉายแสงหลังแท่นพิมพ์เคลื่อนที่ลงสุด เพื่อให้เรซินเซ็ทตัวก่อนเริ่มฉายแสง
อุณหภูมิขณะพิมพ์
ปัญหานี้มักไม่เกิดในบ้านเราคือเรซินทำงานได้ดีที่อุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส ดังนั้นบางเครื่องจึงมีระบบฮีทเตอร์ให้ความร้อนติดมาด้วย ซึ่งประเทศไทยอยู่ในช่วงนี้อยู่แล้วเลยโอกาสที่ปัญหาเกิดจากสาเหตุนี้เลยน้อยมาก
2. ชิ้นงานหลุดจาก Support
ปัญหาที่คนเริ่มใช้งานเป็นเจอมากขึ้น ซึ่งอาจจะเลือกเรซินไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก
ส่วนการสร้าง Support ต้องอาศัยประสบการณ์ ความคุ้นเคยกับเครื่อง เรซิน รูปแบบของงาน
ภาพปัญหา
ตรวจสอบการสร้าง Support
Support ต้องอยู่ในจุดที่เริ่มขึ้นชิ้นงาน หรือจุดล่างสุด หลายโปรแกรมในโหมด auto support จะผิดพลาดตรงนี้ นอกจากนี้ควรมีขนาดที่ใหญ่พอสำหรับรับแรงดึงได้ โดยไม่เสียหายระหว่างการพิมพ์ ขนาดที่เหมาะสมมีตั้งแต่ 0.6-1.2 mm ที่ปลายสุดซึ่งสัมผัสชิ้นงาน
เพิ่มระยะเวลาฉายแสง
สามารถเพิ่มได้ 1-2 วินาที ขึ้นกับชนิดเรซิน วิธีแก้นี้ไม่เหมาะกับงานกลุ่มจิวเวรี เพราะจะทำให้รายละเอียดหายไป แต่ถ้าเป็นงานต้นแบบ งานฟิกเกอร์ทั่วไป สามารถทำได้ โดยไม่สูญเสียรายละเอียด
ปรับองศาการวางชิ้นงาน
ไม่ควรวางชิ้นงานราบหรือ Flat กับพื้น เพราะจะเกิดแรงดึงมากที่สุด ควรหมุนอย่างน้อย 30-45 องศา เพื่อลดพื้นที่ดังกล่าว
เช็คการเป็นสุญญากาศ
การพิมพ์เรซินที่เป็นพื้นที่ปิด จะทำให้เกิดสุญญากาศขณะยกขึ้น ดังนั้นจึงต้องเจาะรูระบายออก
3. ชิ้นงานเสียหาย เป็นรูบางส่วน
ส่วนใหญ่หากเกิดปัญหาที่จุดเดียวกัน เป็นแนวตั้งตลอดทั้งชิ้นงาน มักเกิดจากจอ LCD มี Dead Pixel ขึ้น หรือจุดดำที่แสงส่อแงไม่ทะลุ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยหากดูแลการใช้งานไม่ดี ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดขึ้นคือ
มีเรซินแข็งตกค้างอยู่แล้ว แล้วฐานพิมพ์กดทับจนเสียหายที่จุดนั้น
ความร้อนสะสมจากการพิมพ์ เป็นระยะเวลานานๆ ทำให้เสื่อมสภาพ มักเกิดจากการวางเครื่องในที่อับอากาศ หรือพัดลมระบายความร้อนไม่ทำงาน หรือประสิทธิภาพลดลง
ภาพปัญหา
เปลี่ยนจอ LCD
เป็นวิธีที่แก้ไข ที่ดีที่สุด รวมถึงหมั่นตรวจสอบเรซินตกค้างในถาดพิมพ์ทุกครั้งหลังการพิมพ์
เปลี่ยนตำแหน่งการพิมพ์
จอ LCD ที่เกิด Dead Pixel ยังสามารถใช้งานได้เหมือนปกติ หากจำเป็นต้องใช้งาน สามารถวางชิ้นงาน ในส่วนอื่นที่ไม่เสียหายได้
4. ชิ้นงานมีครีบ
ครีบที่เห็นคือเศษของเรซินที่ติดอยู่ที่ฟิล์มและโดนลอก หรือดึงออกมาจากชั้นการพิมพ์ถัดไป
มีส่วนที่พิมพ์เสีย แล้วไม่สามารถลอกหรือดึงขึ้นได้
เศษที่ติดสะสมไปเรื่อยๆ จนติดขึ้นมากับชิ้นงาน เหมือนในปัญหาข้อ 2 หรือบางกรณีก็เกิดจากพื้นสัมผัส FEP ชั้นที่พิมพ์สูงมาก จนไม่สามารถลอกชิ้นงานออกได้
กรณีที่เกิดจากโปรแกรม Slicing ผิดพลาด ทำให้มี Artifact
อาจเกิดได้จากขั้นตอนการ Slice หรือตัวไฟล์ 3D Model มีจุดที่มีปัญหาทำให้เกิดการ Slice ผิดพลาด
Film เริ่มเสื่อมสภาพตามการใช้งาน
เทเรซินออกจากถาดให้หมด ทำความสะอาด จากนั้นใช้นิ้วดีดเบาๆที่ตัวฟิล์มต้องดังและแน่น ไม่มีอาการหย่อน
ลดพื้นที่สัมผัสต่อชั้น
ใช้หลักการวางชิ้นงาน ที่ลดพื้นที่การพิมพ์/ชั้นให้มากที่สุด จะสามารถลดปัญหางานเป็นครีบได้
5. ชิ้นงานเบี้ยว ไม่ตรง งอ
มักเกิดกับส่วนที่เป็นเป็นทรงเรขาคณิต ที่ต้องการความตรง มุมงอ มุมเอียง ในขนาดที่ต้องการ ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบ LCD 3D Printer ที่มีวัสดุเป็นเรซิน มีการหดตัวที่สูงกว่าพลาสติกทั่วๆไป ดังนั้นอาจจะต้องลองหลายวิธีแก้ เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพสมบูรณ์
ภาพตัวอย่างปัญหา
เพิ่มขนาด Support ใหญ่ขึ้น
Support ที่ใหญ่ขึ้น จะช่วยตรึงชิ้นงานให้คงรูปร่างตามเดิมได้ดีขึ้นในบางกรณีอาจต้องใช้ support ขนาด 1.2-1.5 mm เลย สำหรับงานเรขาคณิตขนาดใหญ่เช่น พวกกล่อง ขวดผนังบาง หรืองานทรงกลมแบน รวมถึงการเพิ่มความถี่ของ Support ก็สามารถช่วยได้
อบชิ้นงานก่อนตัด Support
สืบเนื่องจากข้อแนะนำข้างบน คือให้ชิ้นงานเซ็ทตัวสมบูรณ์ก่อน ค่อยตัด Support ออกซึ่งจะยุ่งยากมากขึ้น เนื่องจาก support จะเปราะแตกหักง่าย “ควรตัดห่างจากชิ้นงาน” แล้วไปตะไบ ขัดเก็บงานอีกที เพื่อป้องกันผิวชิ้นงานเสียหาย (เพราะอบรวมไปกับชิ้นงานแล้ว)
6. ชิ้นงานมีเศษสีขาว
มีทั้งสีขาวที่เกิดตั้งแต่ตอนปริ้นล้างเสร็จ และเกิดขึ้นหลังล้างด้วย IPA
ภาพตัวอย่างปัญหา
รอยดึงจากสุญญากาศ
แรงดึง/ชั้น ทีมากเกินปกติ ทำให้ผิวของชิ้นงานเสียหาย เกิดเป็นสีขาวขึ้น
ล้าง IPA ออกจากชิ้นงานไม่สะอาด
การปล่อย IPA ระเหยออกไปเอง หรือล้างบางส่วนไม่สะอาด จะทำให้ IPA กัดชิ้นงานจนเกิดเป็นรอยสีขาวๆขึ้น ซึ่งแก้ไขยาก ดังนั้นควรเป่า IPA ให้แห้งสนิทก่อนไปทำขั้นตอนถัดไป
IPA ไม่สะอาด
IPA หลังใช้ไปนานๆ ก็เปลี่ยนจากสีใสสะอาด เป็นสีขุ่น ตามปริมาณการล้างเรซิน ซึ่งบางครั้งเศษเรซินที่ตกค้างอยู่ก็จะมาเกาะชิ้นงาน ผสมกันไปกับ IPA ดังนั้นควรถึงเวลาเปลี่ยนใหม่ เพื่อรักษาคุณภาพชิ้นงานหลังพิมพ์ให้คงเดิม ตัวอย่างภาพด้านล่างตัว IPA เริ่มทำความสะอาดได้ไม่ดีแล้ว ควรเปลี่ยน
7.ชิ้นงานขนาดคลาดเคลื่อนมาก
มีทั้งสีขาวที่เกิดตั้งแต่ตอนปริ้นล้างเสร็จ และเกิดขึ้นหลังล้างด้วย IPA
ภาพตัวอย่างปัญหา
เผื่อขนาดการหดตัวของเรซิน
เรซินเกือบทุกชนิด “มีค่าการหดตัว” หรือ Shrinkage ที่แตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ 0.XX% จนไปถึง 3% โดยปริมาตร ดังนั้นควรเผื่อความคลาดเคลื่อนดังกล่าวด้วย ปกติผู้ผลิตเรซินจะมีข้อมูลส่วนนี้อยู่เกือบทั้งหมด บางครั้งขนาดอาจจะหายไปถึง 10% เลยก็เป็นไปได้ โดยเฉพาะรูเจาะ รูยึดต่างๆ
การตั้งค่าของเครื่อง 3D Printer
ส่วนนี้อาจมีความผิดพลาดด้าน Firmware หรือการฉายแสงที่ผิดปกติ ซึ่งต้องตรวจสอบกับผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่าย ในบางครั้งอาจพบงานที่ยืด ยาว สูง ผิดปกติได้เลย
8. ชิ้นงานแตกหักหลังอบหรือปริ้นเสร็จ
ภาพตัวอย่างปัญหา
มีเรซินค้างอยู่ในชิ้นงาน
สำหรับคนที่พิมพ์งานกลวง (hollow) แล้วลืมเจาะรูระบายเรซินออก ทำให้เกิดเรซินค้างอยู่ในชิ้นงาน และไม่มีทางที่จะแข็งตัว (เพราะไม่โดนแสง UV เลย) ค่อยๆซึมหรือกัดผิวชิ้นงานด้านออกมา
เรซินไม่ได้คุณภาพ
ข้อนี้อาจจะมีโอกาสน้อย โดยเรซินที่ไม่ได้คุณภาพ เมื่อพิมพ์เสร็จจะยังไม่เห็นอะไร แต่พอนำไปอบ หรือตั้งทิ้งไว้ จะเกิดรอยร้าวขึ้น อีกสาเหตุคือเรซินหมดอายุ หรือจัดเก็บไม่เหมาะสมจนเสื่อมคุณภาพไป
เป็นเรซินชนิดล้างน้ำ (Water Washable)
เรซินกลุ่มนี้ จะสามารถละลาย หรือแตกร้าว หรือสูฐเสียมวลจากความชื้นไปได้ ต้องอบยูวีให้ตัวเรซินทำปฏิริยาเคมีจนสมบูรณ์ จึงจะไม่เกิดปัญหานี้
สารเคมีจากการทำสี
สารเคมีบางตัวที่ใช้เคลือบผิวและทำสี ทำให้เกิดการกัดกร่อนทางเคมีเช่นเดียวกับ IPA ดังนั้นควรตรวจสอบให้ดีว่า ชุดทำสีที่นำมาใช้ ไม่ทำปฏิกริยากับสารกลุ่มอะคริลิก
9. ชิ้นงานมีรอยคลื่น
ภาพตัวอย่างปัญหา
แรงดึงสูงกว่าปกติ
การที่พื้นที่ผิวสัมผัสมาก ทำให้แรงดึง (suction force) มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เวลาดึงชิ้นงานขึ้นแต่ละครั้ง เกิดแรงภายในชิ้นงาน จนเสียรูปร่างไป หากสังเกตจะได้ยินเสียงชิ้นงานหลุดจาก Film เสียงดังได้ชัดเจน ซึ่งการแก้อาจจะต้องไปหามุมการวางชิ้นงานใหม่หรือบางครั้งก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องไปเก็บงานอีกที
ปัญหานี้เกิดจากสุญญากาศและ Suction Cup ได้เช่นเดียวกัน
แกนแนวตั้งต้องบำรุงรักษา
แกนแนวตั้งหรือแกน Z ของเครื่องในปัจจุบัน (2026) ได้คุณภาพมาตรฐานหมด ทั้งนี้หากใช้ไปนานๆ อาจจะมีการเสื่อมสภาพ หรือมีฝุ่น เข้าไปอยู่ในตัวบูชของแกน ซึ่งบางครั้งจะมองไม่เห็น ดังนั้นการถอดมาทำความสะอาดเป็นวิธีที่เหมาะที่สุด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือหากพบปัญหา
10. รายละเอียดขาดหาย ไม่คมชัด
ระยะเวลาการฉายแสงนานเกินไป
โดยปกติแล้วเครื่อง LCD 3D Printer จะมีจุดเหมาะสมในการฉายแสงที่น้อยมาก หากคลาดเคลื่อนไป 2-3 วินาที รายละเอียดขนาดเล็กก็จะเริ่มหายไปแล้ว รวมถึงเรซินแต่ละ “ยี่ห้อ” และ “สี” ก็มีจุดเหมาะสมไม่เหมือนกัน ดังนั้นหากตัวเครื่องมีระบบการ Calibration ก็จะช่วยให้ผู้ใช้หาจุดที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น
ข้อจำกัดของ Hardware
เครื่องพิมพ์ 3 มิติ แต่ละเครื่องก็มีสเปคแตกต่างกันออกไป เครื่องเรซินราคาถูกในไทยมีความละเอียด อยู่ในระดับ XY Resolution 15-50 ไมครอน หากฟีเจอร์เล็กมากๆ อาจไม่สามารถปริ้นให้ขึ้นรายละเอียดได้
11. ผิวชิ้นงาน เหนียว ไม่สะอาด
ตรวจสอบน้ำยาล้างที่ใช้
เรซินแต่ละชนิดผู้ผลิตมักแนะนำน้ำยาล้างที่เหมาะสมกับเรซินของตัวเอง ดังนั้นหากพบปัญหานี้ต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนนี้
เรซินกลุ่มวิศวกรรม
เรซินกลุ่มวิศวกรรมที่มีความหนืดมาก หรือเรซินกลุ่มยืดหยุ่น มักพบปัญหาล้างด้วย IPA หรือน้ำยาล้างที่ผู้ผลิตแนะนำแล้ว ก็ยังพบปัญหาผิวเหนียว Sticky ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ความเหนียวนี้จะหายไปเมื่ออบยูวีแล้ว
เรซินค้างภายในชิ้นงาน
สำหรับคนที่ทำชิ้นงานกลวง แต่ลืมเจาะรูระบายเรซินออกจะเจอปัญหาเรซินค่อยๆซึมออกมาเมื่อเวลาผ่านไป มักพบพร้อมกับการแตกหัก ร้าว รูรั่วของชิ้นงาน
IPA หมดอายุ เสื่อมสภาพ
IPA หากทิ้งไว้นานๆ จะดูดความชื้นในอากาศทำให้มีความเหนียวมากขึ้น ประสิทธิภาพในการละลายเรซินก็ด้อยลง สังเกตง่ายๆว่าของใหม่ จะได้กลิ่นไอระเหยที่รวดเร็ว ตั้งแต่เท ในขณะที่ IPA ที่ทิ้งไว้ในบรรจุภัณฑ์ล้าง จะไม่ค่อยได้กลิ่นแล้ว เนื่องจากเริ่มเสื่อมสภาพ
12. มีส่วนที่ย้อย ไม่เรียบ ตรง
ปัญหานี้มักพบกับงานใหญ่ๆ ที่การสร้าง support ต้องใช้ประสบการณ์เยอะ ในการเลือกตำแหน่งการวางชิ้นงาน รวมถึงการสร้าง support ที่ดี
ภาพปัญหา
ระยะห่างระหว่าง support มากเกินไป
ข้อนี้ทำให้บริเวณตรงกลาง เริ่มตกท้องช้าง เนื่องจากไม่มีอะไรมารองรับ รวมถึงแรงดึงมหาศาลช่วงการยกชิ้นงานขึ้น
ชนิดของเรซิน
เรซินชนิด Flexible มีแนวโน้มจะห้อยตัวมากกว่าเรซินปกติอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่ควรวางชิ้นงานให้เป็นระนาบมาก ควรมีมุมเอียง 30-45 องศา เป็นอย่างน้อย
IPA หมดอายุ เสื่อมสภาพ
IPA หากทิ้งไว้นานๆ จะดูดความชื้นในอากาศทำให้มีความเหนียวมากขึ้น ประสิทธิภาพในการละลายเรซินก็ด้อยลง สังเกตง่ายๆว่าของใหม่ จะได้กลิ่นไอระเหยที่รวดเร็ว ตั้งแต่เท ในขณะที่ IPA ที่ทิ้งไว้ในบรรจุภัณฑ์ล้าง จะไม่ค่อยได้กลิ่นแล้ว เนื่องจากเริ่มเสื่อมสภาพ
