การเลือกเครื่องพิมพ์เรซิน 3D Printer ในปัจจุบัน นอกจากคุณภาพของชิ้นงานแล้ว ความสะดวกในการใช้งานก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งาน จากการทดลองใช้งาน HeyGears Reflex 2 Pro ร่วมกับโปรแกรม Blue Print Studio พบว่าทั้งตัวโปรแกรมและตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย แม้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้าน 3D Printing มาก่อนก็สามารถเรียนรู้และเริ่มต้นใช้งานได้ไม่ยาก
โปรแกรม Blue Print Studio ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
ความประทับใจแรกคือหน้าตาของโปรแกรม Blue Print Studio ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เมนูต่าง ๆ มีความเป็นระเบียบและไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้การใช้งานได้อย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมไฟล์คือ One-Click Slice ซึ่งผู้ใช้เพียงนำเข้าโมเดลและกดปุ่มเดียว โปรแกรมก็จะจัดการขั้นตอนการ Slice ให้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการตั้งค่าต่าง ๆ สามารถเตรียมไฟล์สำหรับการพิมพ์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
แต่ส่วนตัวทำวิธีดังต่อไปนี้แทบทุกโมเดล ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นเพียงแค่การ Example ให้ดูว่าทำยังไงบ้าง
ขั้นตอนที่ 1: เปิดเข้าแอพ Blue Print

ขั้นตอนที่ 2: กด New เลือกเป็น Local หรือ Cloud Project แตกต่างกันตรงที่
Local Project: งานที่เราทำจะไม่แสดงให้คนอื่นที่เข้า account เดียวกันกับเราเห็น
Cloud Project: งานที่เราทำจะแสดงให้คนอื่นที่เข้า account เดียวกันกับเราเห็น

ขั้นตอนที่ 3: เลือกเครื่องที่เราต้องการใช้

ขั้นตอนที่ 4: เลือกว่าจะใช้ Pulsing Release Module มั้ย

ขั้นตอนที่ 5: กดเลือกตามนี้ได้เลย ขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรเพราะต้องกดอยู่แล้ว

ขั้นตอนที่ 6: เลือกเรซินที่ต้องการใช้งาน

ขั้นตอนที่ 7: เลือกความละเอียด
(แต่ละเรซินความละเอียดจะมีให้เลือกไม่เท่ากัน ต้องดูดีๆ ซึ่งความละเอียดที่เราเลือกไปมีผลต่อความเร็วของการพิมพ์ชิ้นงานนั้นๆ เช่น ความละเอียด 100 ไมครอนจะพิมพ์ช้ากว่าความละเอียด 200 ไมครอน ดังนั้นสามารถเลือกตามที่เราต้องการได้เลย ไม่มีผิดถูก)

ขั้นตอนที่ 8: กด Apply เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการทำชิ้นงาน

ขั้นตอนที่ 9: พอกด Apply เสร็จ มันจะเด้งมาหน้านี้ เราก็กดเพื่อ import model ที่เราต้องการทำ

ขั้นตอนที่ 10: เสร็จแล้วก็ Hollow ชิ้นงานก่อน กด คอนเฟิร์มเลย ตัวเลขมันมาแบบไหนแบบนั้น อย่าลืมคลิกที่ตัวโมเดลก่อนที่เราจะทำขั้นตอนใดๆก็ตาม

ขั้นตอนที่ 11: มาที่คำสั่ง คำสั่ง Hole ใช้สำหรับทำชิ้นงานให้เป็นโพรงและเจาะรูระบายเรซิน เพื่อช่วย ลดการใช้เรซิน และลดต้นทุนการพิมพ์
ก่อนเจาะ ควรพิจารณาขนาดของโมเดลและเลือกตำแหน่งที่ไม่กระทบความสวยงามของชิ้นงาน จากนั้นปรับค่า Hole Diameter (ขนาดรู) และ Hole Depth (ความลึกของรู) ให้เหมาะสมกับโมเดล
ตัวอย่างในภาพ จะเลือกเจาะรูบริเวณ ใต้เท้าของโมเดล เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก เมื่อกำหนดขนาดและตำแหน่งของรูแล้ว กด Apply จากนั้นตรวจสอบว่ารูเจาะไม่ทะลุไปยังส่วนสำคัญของโมเดล และใช้แถบเลื่อนด้านข้างเพื่อตรวจสอบโครงสร้างภายในก่อนดำเนินการขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 12: ต่อไปเราก็จะทำ Support กัน ซึ่งส่วนตัวจะกด Auto Support ให้โปรแกรมมันเจนให้เองตลอด จะไม่มา Manual เอง เพื่อความง่าย ไว

ขั้นตอนที่ 13: กดสไลด์ไฟล์ได้เลย

ขั้นตอนที่ 14: พองานสไลด์เสร็จมันจะขึ้นแบบนี้ เราก็มาที่ ปุ่ม สไลด์ไฟล์ต่อ

ขั้นตอนที่ 15: งานที่ถูกสไลด์แล้วพร้อมปริ้นจะอยู่ที่ตรงนี้ ซึ่งเราก็กดสามปุ่มมุมขวา เพื่อเซฟลงแฟลชไดร์ฟไปปริ้นที่เครื่อง หรือจะ Send ส่งออนไลน์ไปที่เครื่องโดยไม่ต้องเสียบแฟลชไดร์ฟก็ได้ แต่ต้องเปิดเครื่องที่เราจะปริ้นก่อนนะ

จุดที่อยากให้ปรับปรุง
แม้ว่าตัวโปรแกรมจะใช้งานได้ดี แต่ยังมีจุดที่อยากให้ปรับปรุง คือ โปรไฟล์เรซิน (Resin Profile) ภายในโปรแกรมยังมีให้เลือกไม่ครบทุกชนิด
ณ ตอนนี้มีเรซินบางรุ่นวางจำหน่ายแล้ว แต่ภายใน Blue Print Studio ยังไม่มีโปรไฟล์รองรับ เช่น RE70 ทำให้ต้องเลือกใช้โปรไฟล์ของเรซินรุ่นใกล้เคียง หรือปรับค่าการพิมพ์ด้วยตนเอง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของชิ้นงานหรือทำให้การพิมพ์ไม่สำเร็จได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการปรับค่าการพิมพ์
หากในอนาคตมีการอัปเดตโปรไฟล์เรซินให้ครบถ้วนมากขึ้น ก็จะช่วยให้การใช้งานสะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น
การใช้งาน เครื่อง HeyGears Reflex 2 Pro
ในส่วนของตัวเครื่อง ถือว่าใช้งานได้ง่ายและไม่รู้สึกว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก หลังจากเตรียมไฟล์และ Slice งานจาก Blue Print Studio แล้ว ก็สามารถบันทึกไฟล์ลง Flash Drive และนำไปเสียบเข้ากับตัวเครื่อง หรือจะส่งออนไลน์ก็ได้แล้วแต่ที่เราสะดวก จากนั้นเติมเรซินลงในถาด เลือกไฟล์ที่ต้องการพิมพ์ และกดเริ่มการทำงานได้ทันที
ตัวเครื่องจะทำการประมวลผล (Process) ก่อนเริ่มพิมพ์โดยอัตโนมัติ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็จะเข้าสู่กระบวนการพิมพ์ ก็รอจนชิ้นงานพิมพ์เสร็จ
แม้ว่าตัวเครื่องจะมีฟีเจอร์สำหรับติดตั้งขวดเรซินเพื่อเติมเรซินอัตโนมัติระหว่างการพิมพ์ แต่ในการทดลองใช้งานครั้งนี้เลือกเติมเรซินลงในถาดด้วยตนเองตั้งแต่เริ่มต้น และคอยเติมเพิ่มเมื่อจำเป็น ซึ่งก็สามารถใช้งานได้ตามปกติ
การทำความสะอาดหลังการพิมพ์
เมื่อชิ้นงานพิมพ์เสร็จ ขั้นตอนการดูแลเครื่องก็ไม่ได้มีความซับซ้อน
เริ่มจากถอดฐานพิมพ์ออกจากเครื่อง แล้วแซะชิ้นงานออกจากฐาน จากนั้นล้างฐานพิมพ์ด้วย IPA เพื่อกำจัดเรซินที่ตกค้าง
สำหรับถาดเรซิน แนะนำให้ใช้กระดาษทิชชู่หรือผ้าไร้ขุยซับบริเวณแผ่นฟิล์มเบา ๆ เพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน ส่วนบริเวณขอบถาดหรือด้านนอกของถาดสามารถใช้ IPA เช็ดทำความสะอาดได้ตามปกติ
การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และช่วยรักษาคุณภาพการพิมพ์ในระยะยาว
ตัวอย่างชิ้นงานที่ผลิตออกมาตามขั้นตอนด้านบน
ใช้เรซิน PAP10 ความละเอียด 50 ไมครอน ใช้เวลาในการพิมพ์ 13 ชั่วโมง 38 นาที


สรุปการใช้งาน
จากประสบการณ์ใช้งานจริง HeyGears Reflex 2 Pro ถือเป็นเครื่องพิมพ์เรซินที่ใช้งานง่าย ทั้งในส่วนของตัวโปรแกรม Blue Print Studio และตัวเครื่อง โดยเฉพาะฟีเจอร์ One-Click Slice ที่ช่วยลดขั้นตอนการเตรียมไฟล์ ทำให้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ไม่ยาก
ในด้านการใช้งานตัวเครื่อง ขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การเตรียมไฟล์ การเริ่มพิมพ์ ไปจนถึงการทำความสะอาดหลังใช้งาน ล้วนทำได้ไม่ซับซ้อน เหมาะทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการเครื่องที่ใช้งานสะดวก
อย่างไรก็ตาม หาก Blue Print Studio มีการอัปเดตโปรไฟล์เรซินให้รองรับวัสดุที่วางจำหน่ายได้ครบถ้วนมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกและลดโอกาสเกิดปัญหาระหว่างการพิมพ์ได้อีกมาก
โดยรวมแล้ว HeyGears Reflex 2 Pro เป็นเครื่องที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดี เน้นความง่ายในการใช้งาน และช่วยให้การเริ่มต้นกับงานพิมพ์เรซิน 3 มิติเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้มากขึ้น








