เรซินสำหรับเครื่องพิมพ์ 3D ของ HeyGears ในตระกูล HeyGears Reflex Series ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่งานโมเดล งานออกแบบ ไปจนถึงงานวิศวกรรมและการผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดยเรซินแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับลักษณะของชิ้นงานและการใช้งานที่แตกต่างกัน
เรซินในระบบ Reflex Series สามารถแบ่งออกเป็น 8 ประเภทหลัก
- Modeling Resin
- Molding Resin
- Casting Resin
- Tooling Resin
- Design Resin
- Production Resin
- Elastomer Series
- Surface Finishing Material
โดยแต่ละกลุ่มถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานเฉพาะด้าน ตั้งแต่งานต้นแบบไปจนถึงงานผลิตจริง
1. Modeling Resin เรซินสำหรับงานโมเดลและต้นแบบ Modeling Resin เป็นกลุ่มเรซินที่ใช้สำหรับพิมพ์โมเดลและต้นแบบ โดยเน้นความละเอียดของชิ้นงาน ผิวงานเรียบ และใช้งานง่าย เหมาะสำหรับงานออกแบบผลิตภัณฑ์ โมเดลโชว์ หรือการพัฒนาต้นแบบ เรซินในกลุ่มนี้มีให้เลือกหลายชนิดเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น
- PAU10 – Ultra Print Modeling: เรซินมาตรฐานสำหรับการพิมพ์โมเดล เน้นความสมดุล ให้งานผิวเรียบ รายละเอียดสูง และใช้งานได้หลากหลาย (ค่า Flexural Strength อยู่ที่ 72 MPa)

- PAT10 – Transparent: เรซินที่ให้ความโปร่งใสสูง เหมาะสำหรับโมเดลโชว์หรือชิ้นงานที่ต้องการเห็นโครงสร้างภายใน

- PAS10 – Balanced Toughness: เรซินที่มีความแข็งแรงและทนต่อแรงกระแทก เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่ต้องการทดสอบการใช้งาน

- PARP10 – Purple: เรซินที่เหมาะสำหรับการพิมพ์โมเดลขนาดใหญ่ที่ต้องการความแข็งแรงของชิ้นงาน

- PARP10 – Orange Clay: เรซินที่ให้ผิวงานคล้ายดินปั้น เหมาะสำหรับงานศิลป์ โมเดลประติมากรรม และฟิกเกอร์

- PAWW10 – Easy Wash: เรซินที่ล้างทำความสะอาดได้ง่าย ช่วยลดเวลาในขั้นตอนหลังการพิมพ์

- PAWW20 – Water Washable: เรซินที่สามารถล้างด้วยน้ำได้ ผู้เริ่มต้นสามารถใช้งานได้และงานผลิตใช้จริง (เรซินชนิดนี้ล้างง่ายและใช้เวลาล้างแค่ 2 นาที รวมถึงมีความเหนียวและความแข็งแรงที่สูงกว่า PAWW10)
- PAU11 – ABS-like: เรซินนี้ถูกพัฒนาให้มีความเหนียวและทนต่อแรงกระแทกมากขึ้น เมื่อเทียบกับ PAU10 มีคุณสมบัติคล้ายพลาสติก ABS เหมาะสำหรับชิ้นงานที่รองรับแรงกระแทก ส่วนทดลอง หรือไปถึงการใช้งานจริง (ค่า Flexural Strength อยู่ที่ 86 MPa)

2. Molding Resin เรซินสำหรับการทำแม่พิมพ์ Molding Resin ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่ต้องการความทนต่ออุณหภูมิสูงและความเสถียรของรูปทรง เหมาะสำหรับการพิมพ์โมเดลที่นำไปใช้ทำแม่พิมพ์
- PAH10 – Heat Resistant: เรซินนี้ทนความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับแม่พิมพ์ที่ต้องเจอกระบวนการความร้อน (ค่า HDT ของสี Clear Tan อยู่ที่ 110 องศา และ Black 95 องศา)

- PAH270 – High Temperature: เรซินนี้ทนความร้อนสูงมาก เหมาะกับงานอุตสาหกรรมและแม่พิมพ์ที่ต้องการความเสถียรสูง (มีค่า HDT อยู่ที่ 270 องศา)

3. Casting Resin เรซินสำหรับงานหล่อโลหะ Casting Resin ใช้สำหรับพิมพ์โมเดลที่ต้องนำไปเผาออกในกระบวนการหล่อโลหะ เช่น งานเครื่องประดับหรือชิ้นส่วนโลหะ
- PAC10 – High Temperature: เรซินนี้ รองรับกระบวนการ Lost-wax Casting และทนความร้อนสูง

4. Tooling Resin เรซินสำหรับเครื่องมือ Tooling Resin เหมาะสำหรับการผลิตอุปกรณ์ช่วยในกระบวนการผลิต เช่น Jig & Fixture หรือเครื่องมือเฉพาะทาง
- PAU20 – Ultra Print Tooling: เป็นเรซินมีความแข็งแรงสูงสุดในกลุ่ม PAU สามารถรองรับการใช้งานเชิงวิศวกรรมหรืออุตสาหกรรมได้ดี เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่ต้องการความทนทานสูง ใช้งานจริงต่อเนื่อง หรือทดแทนวัสดุแบบดั้งเดิมในบางกรณี (ค่า Flexural Strength อยู่ที่ 109 MPa เพิ่มขึ้นมา 1.5 เท่าจาก PAU10)

- PAE10 – Flexible Tooling: เรซินมีความยืดหยุ่นและมีนุ่มสูงมากที่สุด เหมาะสำหรับชิ้นงานที่ต้องการการยืดตัว บิด หัก งอ (มีค่าความยืดตัวอยู่ที่ 433% ต่างจาก PAF10 ประมาณ 9 เท่า และความแข็งอยู่ที่ 49 Shore A)

5. Design Resin เรซินสำหรับงานออกแบบและการนำเสนอ Design Resin ถูกพัฒนามาสำหรับงานออกแบบผลิตภัณฑ์และโมเดลนำเสนอ ที่ต้องการผิวงานสวยและคุณภาพสูง
- PAM10 – Design Resin: เรซินมีคุณสมบัติทำให้ผิวงานละเอียด เหมาะสำหรับโมเดลดีไซน์และการนำเสนอผลงาน

6. Production Resin เรซินสำหรับการผลิตชิ้นส่วนจริง Production Resin ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดยเน้นความทนทาน ความแม่นยำ และคุณสมบัติเฉพาะทาง
- PAP10 – Ultra Print Production: เรซินนี้โดดเด่นเรื่องความละเอียดสูง เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็กที่ต้องการความละเอียดสูง ผิวคม และความแม่นยำ เช่น ฟิกเกอร์ Miniature หรืองานโชว์ (มีค่าความละเอียด 0.1 mm และมีความแม่นยำ ±0.05 mm)

- PAWR10 – Wear Resistant Resin: เรซินนี้ทนต่อการสึกหรอ เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่มีแรงเสียดสี เช่น เฟือง หรือชิ้นส่วนเครื่องกล

- PAF10 – Flexible Resin: เรซินนี้มีความยืดหยุ่นคล้าย PVC มีความสมดุลระหว่างความยืดหยุ่นและความแข็งแรง เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องงอได้ ทนแรงกระแทก และใช้งานจริงได้ โดยยังคงรายละเอียดและผิวงานที่สวย (มีค่าความยืดตัวอยู่ที่ 46% และความแข็งอยู่ที่ 72 Shore D)

- Resilient Elastomer RE40: เป็นเรซินประเภทอีลาสโตเมอร์ (ยาง) ที่มีความแข็งระดับ 40A Shore ให้สัมผัสนุ่มคล้ายซิลิโคน สวมใส่สบายผิว ปลอดภัยต่อผิวหนัง มีคุณสมบัติยืดหยุ่นและคืนรูปได้ดี พิมพ์รายละเอียดได้คมชัด จึงเหมาะสำหรับงานชิ้นส่วนยางที่ต้องการความนุ่มและสบาย

- Resilient Elastomer RE70: เป็นเรซินแบบอีลาสโตเมอร์ (ยาง) ระดับ production-grade ที่มีความยืดหยุ่นสูงและทนต่อการฉีกขาดได้ดีและมีความแข็งระดับ 69A Shore ซึ่งเรซินตัวนี้ผ่านการทดสอบความเข้ากันได้ทางชีวภาพ และมีคุณสมบัติปลอดภัยต่อผิวหนัง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการผลิตจำนวนมาก

- Resilient Elastomer RE80: เป็นเรซินแบบอีลาสโตเมอร์ (ยาง) ระดับ production-grade ที่มีประสิทธิภาพสูง และมีความแข็งระดับ 80A Shore โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ ทนต่อการฉีกขาด ปลอดภัยต่อการสัมผัสผิว ยืดหยุ่นได้ดี ทนต่อสภาพแวดล้อม ประสิทธิภาพโดยรวมใกล้เคียงกับวัสดุ TPU เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่น ความแข็งแรงและน้ำหนักเบา

8. Surface Finishing Material วัสดุสำหรับเก็บผิวชิ้นงานหลังการพิมพ์
- ClearG115 – Gloss Glaze ClearG115: ไม่ใช่เรซินสำหรับการพิมพ์ชิ้นงานโดยตรง แต่เป็น เรซินสำหรับการเก็บผิวหลังการพิมพ์หรือน้ำยาเคลือบเงา ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของพื้นผิวชิ้นงานให้ดูสวยงามและมืออาชีพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเคลือบและปกป้องพื้นผิวจากรอยขีดข่วนและสิ่งสกปรก ทำให้ชิ้นงานคงสภาพได้ดี เหมาะสำหรับการใช้งานกับโมเดลโชว์ หรือ โมเดลที่ต้องการนำเสนอ ต้องการความเรียบร้อย และความสวยงามของพื้นผิวเป็นพิเศษ

สรุป
เรซินสำหรับเครื่อง HeyGears Reflex Series ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่งานต้นแบบไปจนถึงการผลิตจริง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มหลักตามลักษณะการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น งานโมเดล งานแม่พิมพ์ งานหล่อ งานเครื่องมือ งานออกแบบ และงานผลิต ดังนั้นการเลือกเรซินที่เหมาะสมกับประเภทงาน จะช่วยให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพสูง มีความแม่นยำ รวมถึงสามารถใช้เครื่องพิมพ์ 3D ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งในงานออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และงานอุตสาหกรรม









