Skip to content

090-998-8151 | ✉ sales@sync-innovation.com | 🕐 Mon–Fri 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation
090-998-8151 |
🕐 Mon–Fri 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation

HeyGears Transparent Solution: คู่มือ 3D Printing ชิ้นงานโปร่งใสแบบมืออาชีพ

HeyGears Transparent Solution: คู่มือ 3D Printing ชิ้นงานโปร่งใสแบบมืออาชีพ

HeyGears Transparent Solution: แนวทางออกแบบและพิมพ์ชิ้นงานโปร่งใสด้วย 3D Printing อย่างมืออาชีพ 

การพิมพ์ 3 มิติแบบโปร่งใส (Transparent 3D Printing) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับงานออกแบบและการผลิตให้มีความสมจริงและสวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานต้นแบบ (Prototype) งานดีไซน์ หรือชิ้นส่วนใช้งานจริง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักแนวทางการออกแบบ การเลือกวัสดุ และการเตรียมไฟล์ เพื่อให้ได้ชิ้นงานโปร่งใสคุณภาพสูง ด้วยโซลูชันจาก HeyGears

 

1.) หลักการออกแบบชิ้นงานโปร่งใส (Design Principles)  

การออกแบบถือเป็นหัวใจสำคัญของงานพิมพ์โปร่งใส เพราะส่งผลโดยตรงต่อความใส ความเรียบ และคุณภาพของชิ้นงาน

1. รูปทรงต้องเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง (Progressive Shape): ควรหลีกเลี่ยงขอบคม เพราะ ขอบคมขัดให้เรียบได้ยากและทำให้เกิดเส้นบนชิ้นงาน

2. ความหนาของเลเยอร์ผนังที่คงที่ (Consistent Wall Thickness): ควรรักษาความหนาของผนังเลเยอร์ให้ใกล้เคียงกันทั้งชิ้น เพราะ ความหนาที่ไม่เท่ากันจะทำให้แสงหักเหไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ผิวเป็นคลื่นได้

3. ควร Hollow ชิ้นงาน (Hollowing): ควรหลีกเลี่ยงชิ้นงานตันขนาดใหญ่ เพราะอาจเกิดฟองอากาศภายใน ทำให้ความโปร่งใสลดลง

4. เพิ่มรูระบายเรซิน (Drain Holes): หลีกเลี่ยงโพรงปิดหรือรูตัน เพื่อให้สามารถล้างเรซินภายในได้อย่างทั่วถึง

5. ลดจำนวน Support (Self-supporting): การลดจำนวนซัพพอร์ตจะช่วยลดรอยและลดเวลาทำ post-processing ได้อย่างมาก

6. ออกแบบให้ล้างง่าย (Washability): ควรควบคุมจำนวนช่องว่าง ลวดลาย และรู ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันเรซินค้างในชิ้นงาน

7. หลีกเลี่ยงการขัดภายใน (Internal Polishing): การขัดผิวภายในทำได้ยาก หากจำเป็นควรออกแบบให้มีช่องเปิดและพื้นที่เพียงพอ

 

2.) ทำความรู้จัก Modeling PAT10 และแนวทางการใช้งาน

การเลือกวัสดุถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของงานพิมพ์ 3 มิติ โดยเฉพาะในงานที่ต้องการ “ความโปร่งใส” ซึ่งต้องอาศัยทั้งคุณสมบัติของวัสดุและการออกแบบที่เหมาะสมควบคู่กัน ในหัวข้อนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับวัสดุ Transparent Engineering Materials โดยเฉพาะ Modeling PAT10 ที่ได้รับความนิยมในงานพิมพ์โปร่งใส 

แนวทางการออกแบบตามวัสดุ (Design Requirements Based on Materials) การใช้งานวัสดุโปร่งใสให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องมีแนวทางการออกแบบที่เหมาะสม 

Transparent Engineering Materials Modeling PAT10 Guideline

  • เหมาะสำหรับงานที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและความโปร่งใส
  • ควรออกแบบให้ผิวเรียบ ลดรอยต่อและความไม่สม่ำเสมอของผนัง
  • หลีกเลี่ยงโครงสร้างที่ทำความสะอาดยาก เพื่อคงความใสของชิ้นงาน
  • เหมาะกับงานที่ต้องการคุณภาพระดับกึ่งอุตสาหกรรมถึงอุตสาหกรรม

 

3.) การเตรียมไฟล์ก่อนพิมพ์ 3D: เทคนิคตั้งค่า Blueprint Studio ให้ได้งานคุณภาพสูง

การเตรียมข้อมูลก่อนพิมพ์ (Data Preparation) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของชิ้นงาน 3D Printing โดยเฉพาะงานที่ต้องการความละเอียดสูงอย่างงานโปร่งใส การตั้งค่าที่ถูกต้องจะช่วยลดปัญหางานเสีย เพิ่มความคมชัด และลดต้นทุนวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนที่ 1: เข้าโหมด Slicer ในโปรแกรม Blueprint Studio



ขั้นตอนที่ 2: เลือกวัสดุ (Material) ให้ตรงกับประเภทที่ต้องการใช้งาน



ขั้นตอนที่ 3: นำเข้าโมเดลไปยังโปรเจกต์ใหม่ โดยคลิกที่ไอคอน Import หรือใช้วิธีลากไฟล์โมเดลมาวางในโปรแกรมโดยตรง

ขั้นตอนที่ 4: ในหน้า Prepare (เตรียมงาน) ให้ใช้เครื่องมือต่างๆ ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Rotate (หมุน), Scale (ปรับขนาด), Hollow (ทำรูปร่างกลวง), Hole (เจาะรู), Label (ใส่ตัวอักษร), Duplicate (คัดลอกชิ้นงาน) และเครื่องมืออื่นๆ



ขั้นตอนที่ 5: ใช้คำสั่ง Auto-layout เพื่อจัดวางชิ้นงานบนฐานพิมพ์โดยอัตโนมัติ 



ขั้นตอนที่ 6: ใช้คำสั่ง Auto-support โดยเลือกรูปแบบเป็น Truss support (ซัพพอร์ตแบบโครงถัก) แล้วกดสร้างตัวรองรับชิ้นงาน



ขั้นตอนที่ 7: เริ่มกระบวนการ Slicing โดยสามารถเปลี่ยนชื่อไฟล์งานได้ตามต้องการในขั้นตอนนี้



ขั้นตอนที่ 8: เมื่อทำการ Slicing เสร็จสมบูรณ์ ก็จะสามารถตรวจสอบไฟล์ที่ตัดเลเยอร์แล้ว และกดส่งงานพิมพ์ไปยังเครื่องพิมพ์ได้ที่หน้า [Slice Files]


การตั้งค่า Orientation และ Support ใน 3D Printing: เทคนิคสำคัญเพื่อคุณภาพงานพิมพ์ที่ดีการตั้งค่า Orientation (ทิศทางของโมเดล) และ Support (โครงสร้างรองรับ) เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการเตรียมไฟล์ 3D Printing โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น งานโปร่งใส การวางโมเดลอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยให้พิมพ์สำเร็จง่ายขึ้น แต่ยังช่วยลดรอย ลดการเสียรูป และลดเวลาในการทำ post-processing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

4.) ขั้นตอนการพิมพ์และกระบวนการหลังการพิมพ์ (post-processing)

ขั้นตอนที่ 1: ส่งไฟล์ Slice ไปยังเครื่องพิมพ์ผ่านแพลตฟอร์ม Blueprint หรือ นำเข้าไฟล์ผ่าน USB Flash Drive


ขั้นตอนที่ 2: เริ่มทำการพิมพ์


ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่าการล้างชิ้นงาน (Washing) บนเครื่อง UltraCraft Wash หรือ ตั้งค่าผ่านแพลตฟอร์ม Blueprint ขณะส่งงานล้าง 


ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่าการอบชิ้นงาน (Curing) บนเครื่อง UltraCraft Cure หรือ ตั้งค่าผ่านแพลตฟอร์ม Blueprint ขณะส่งงานอบ


เครื่องล้างและเครื่องอบรุ่น Reflex (Reflex Wash & Cure):

 

5.) การเตรียมชิ้นงาน (Workpiece Preparation) สำหรับ 3D Printing แบบโปร่งใส

การเตรียมชิ้นงานเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อ “ความใส” และ “ความเรียบเนียน” ของงาน 3D Printing โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ขั้นตอนเคลือบ (Varnish)

 

1. อุปกรณ์ที่จำเป็น (Tool List)


2. การเตรียมชิ้นงานก่อนเคลือบ (Print Part Preparation) 

ขั้นตอนการเตรียมชิ้นงาน (Print Part Preparation) ทั้งการขัดและการล้าง เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วย: 

  • เพิ่มคุณภาพความเรียบของผิวงาน
  • ลดข้อบกพร่องที่เกิดจากกระบวนการพิมพ์
  • เพิ่มการยึดเกาะของชั้นเคลือบ
  •  ส่งผลให้ได้ชิ้นงานที่มีความใสและเงางามมากยิ่งขึ้น

การทำขั้นตอนนี้อย่างถูกต้องและละเอียด จะช่วยยกระดับคุณภาพงาน 3D Printing ให้ใกล้เคียงงานระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

3. การเตรียมงานทำสี (Painting Preparation)

การเตรียมสี (Painting Preparation) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของชิ้นงาน 3D Printing แบบโปร่งใส โดยเฉพาะในด้าน:

  • ความสม่ำเสมอของสี
  • ความโปร่งแสง
  • ความเรียบเนียนของผิว
  • ความสวยงามโดยรวม

ไม่ว่าจะเป็นการจุ่มสี การลงสีด้วยมือ หรือการพ่นสี ล้วนต้องควบคุม:

  • อัตราส่วนการผสมสี
  • การกรองสี
  • อุณหภูมิของสารละลาย

หากควบคุมได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ และเหมาะสำหรับทั้งงานโชว์และงานใช้งานจริงในเชิงอุตสาหกรรม

 

4. การเคลือบวานิช (Varnish Preparation)

การเคลือบวานิชเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการหลังการผลิต (post-processing) ของงาน 3D Printing โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความเงา ปกป้องพื้นผิว และช่วยยกระดับคุณภาพของชิ้นงานให้ดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนนี้ต้องควบคุมทั้งอัตราส่วนการผสม ความหนืด และสภาวะการพ่นหรือทา เพื่อให้ได้ผิวเคลือบที่เรียบเนียนและสม่ำเสมอ  ปัจจัยหลักที่ต้องควบคุม ได้แก่:

  • อัตราส่วนการผสมวานิชและ thinner
  • การเติม curing agent อย่างเหมาะสม
  • การกรองสารก่อนใช้งาน
  • การเลือกแรงดัน airbrush ให้เหมาะกับขนาดชิ้นงาน
  • การเลือกวิธีเคลือบ (airbrush หรือ brush) ตามลักษณะงาน

 

5. มาตรฐานการควบคุมคุณภาพ (Quality Assurance Standards)

การตรวจสอบคุณภาพเป็นขั้นตอนสำคัญในการรับประกันว่าชิ้นงานที่ผ่านกระบวนการพิมพ์และการเคลือบวานิชมีความเรียบร้อย สม่ำเสมอ และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยจะมีการตรวจสอบทั้งด้วยอุปกรณ์ขยายภาพและการตรวจด้วยสายตา พร้อมอ้างอิงจากมาตรฐานตัวอย่าง (reference standard)

 

6.) ตัวอย่างงานจริงจาก HeyGears

Goldfish (ปลาทองโปร่งใส) 


  Lamp Shade (โคมไฟใส)


สรุป

HeyGears Transparent Solution เป็นแนวทางแบบครบวงจรสำหรับการพิมพ์ 3D ชิ้นงานโปร่งใสที่ผสานทั้งการออกแบบ วัสดุ การเตรียมไฟล์ การพิมพ์ ไปจนถึงกระบวนการหลังการผลิต (post-processing) และการควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ โดยหัวใจสำคัญเริ่มตั้งแต่การออกแบบที่ต้องคำนึงถึงรูปทรงที่เปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ความหนาผนังที่สม่ำเสมอ การทำ Hollow และการเพิ่มรูระบายเรซิน รวมถึงการลด Support เพื่อให้ชิ้นงานมีความใสและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

ในด้านวัสดุ การเลือกใช้เรซินที่เหมาะสม เช่น Modeling PAT10 ช่วยเสริมทั้งความแข็งแรงและความโปร่งใส ขณะที่การเตรียมไฟล์ในโปรแกรม Blueprint Studio อย่างถูกต้อง ตั้งแต่การจัดวาง Orientation การสร้าง Support ไปจนถึงการ Slicing มีผลโดยตรงต่อคุณภาพของชิ้นงานและความสำเร็จของการพิมพ์

เมื่อเข้าสู่กระบวนการพิมพ์และ post-processing ขั้นตอนต่าง ๆ เช่น การล้าง การอบ และการ curing จำเป็นต้องควบคุมอย่างแม่นยำ รวมถึงการเตรียมชิ้นงานก่อนเคลือบ ทั้งการขัด การล้าง และการเตรียมพื้นผิว เพื่อให้รองรับการทำสีและการเคลือบวานิชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเคลือบวานิชต้องควบคุมองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น อัตราส่วนการผสม ความหนืด วิธีการเคลือบ และการอบ เพื่อให้ได้ผิวที่เรียบ เงา และสม่ำเสมอ

ท้ายที่สุด การตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด โดยใช้อุปกรณ์ขยายภาพและการตรวจด้วยสายตา พร้อมการเปรียบเทียบกับ reference standard ช่วยยืนยันว่าชิ้นงานมีคุณภาพตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด ลดข้อบกพร่อง และพร้อมใช้งานจริง ทั้งในงานโชว์ งานออกแบบ และงานอุตสาหกรรม

โดยรวมแล้ว หากควบคุมทุกขั้นตอนอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นจนจบ จะสามารถสร้างชิ้นงาน 3D Printing แบบโปร่งใสที่มีความสวยงาม คมชัด และมีคุณภาพในระดับมืออาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Cart 0

Your cart is currently empty.

Start Shopping