วิธีการใช้งาน X-Wax เรซินที่มีส่วนผสมจาก Wax ที่ใช้หล่อจริง (Real Casting Wax) สำหรับการหล่อเครื่องประดับ (Castable Resin)

เปิดตัว X-Wax อย่างเป็นทางการ Castable Resin นวัตกรรมใหม่สำหรับการพิมพ์สามมิติ โดยเราได้รวบรวมผลตอบรับ (Feedback) มากเพียงพอที่จะจัดทำคู่มือการใช้งานฉบับสมบูรณ์ในการตอบคำถามที่พบบ่อยที่สุด
ด้วยผลลัพธ์จากการวิจัยอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นเวลาหลายปี และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง X-Wax ได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm shift) อย่างแท้จริงในการหล่ออัญมณีแบบ Lost-wax casting โดย Castable resin ชนิดนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกของโลกที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติระบบ LCD และ DLP ซึ่งมีส่วนผสมของแว๊กซ์จริง (Real wax) ในปริมาณรวมสูงถึง 80% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ด้วยเหตุนี้ วิธีการใช้งานจึงมีความแตกต่างไปจากเรซินแบบดั้งเดิมเล็กน้อย
ขั้นตอนก่อนการพิมพ์ (PRE-PRINT PROCEDURE)
BlueCast X-Wax สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์ระบบ Monochromatic LCD และ DLP รุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ โดยได้รับการปรับแต่ง (Optimized) ให้รองรับทั้งแสง UV ความยาวคลื่น 405nm และ 385nm เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพสูงสุดกับเครื่องพิมพ์สามมิติทุกรูปแบบ
สามารถดาวน์โหลดโปรไฟล์การพิมพ์ (Print profiles) ได้ที่หน้าผลิตภัณฑ์ผ่านลิงก์ https://www.bluecast.info/x-wax-castable-resin และเนื่องจากมีส่วนประกอบของแว๊กซ์ (Wax) ในปริมาณสูง Castable resin สำหรับเครื่องประดับชนิดนี้อาจเกิดการแข็งตัวของเรซินภายในขวดหรือถาดเรซิน (Vat) ได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการใช้งาน คือ ระหว่าง 25°C ถึง 35°C การใช้เครื่องพิมพ์ที่มีระบบทำความร้อนในตัว (Integrated heating system) จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน แต่ไม่ถือเป็นข้อบังคับหากมีการอุ่นเรซิน (Pre-heated) อย่างถูกต้อง
มีหลายวิธีในการอุ่นขวดเรซินก่อนการใช้เรซินชนิดนี้ วิธีที่นิยมที่สุด คือ การแช่ขวดเรซินในเครื่องล้างคลื่นอัลตร้าโซนิค (Ultrasonic cleaner) เป็นเวลา 10 นาทีที่อุณหภูมิ 45°C หรือใช้เครื่องอุ่นขวดนม นอกจากนี้ยังสามารถใช้เตาไมโครเวฟได้ โดยตั้งค่า 700W สำหรับขวดที่มีเรซินเต็มขวด ปิดฝา ใช้เวลา 45 วินาที หากปริมาณเรซินในขวดลดลง ควรลดระยะเวลาการอุ่นลงตามสัดส่วน หากเรซินแข็งตัวในถาดเรซินของเครื่องพิมพ์ที่ไม่มีระบบทำความร้อน สามารถทำให้กลับคืนสู่สถานะของเหลวได้โดยการใช้ไดร์เป่าผม
ก่อนเทเรซินลงในถาดเรซิน ควรเขย่าขวดอย่างแรงประมาณ 1 นาทีเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดีที่สุด และปล่อยให้เรซินพักตัวอีก 1 นาทีเพื่อกำจัดฟองอากาศก่อนเริ่มทำการพิมพ์
จากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งานที่เหนียวแน่นกว่า 1,000 รายจนถึงปัจจุบัน พบว่าปัญหาการพิมพ์ส่วนใหญ่นอกเหนือจากการวางโครงสร้างรองรับ (Support) ที่ไม่เหมาะสมแล้ว มักเกิดจากการใช้ฟิล์มถาดเรซิน (Vat film) ที่หนาเกินไปและไม่เหมาะกับ Castable resins สำหรับเครื่องประดับ ฟิล์มที่หนาเกินไปจะทำให้การแยกตัวระหว่างชั้น (Peeling) ทำได้ยาก ส่งผลให้เกิดชิ้นงานล้มเหลว รอยร้าว หรือการยึดเกาะระหว่างเลเยอร์ไม่ดี หากไม่สามารถใช้ฟิล์มที่เหมาะสมได้ ควรลดความเร็วในการยก (Lifting speed) และความเร็วในการถอยกลับ (Retract speed) ลง แนะนำให้ใช้ฟิล์ม PFA หรือ FEP ที่มีความหนาไม่เกิน 127 ไมครอน เพื่อเพิ่มความละเอียดสูงสุดให้กับเครื่องพิมพ์สามมิติรุ่นใหม่ ๆ ทั้งนี้ ฟิล์มถาดเรซินถือเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่มีต้นทุนต่ำ และควรเปลี่ยนเป็นประจำทุก 2 ขวดเรซินในการพิมพ์
สิ่งสำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอ คือ ความจำเป็นในการปรับเทียบ (Calibration) อย่างแม่นยำ แม้ว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่จะมีการหาตำแหน่งโฮมในแกน Z (Z-axis homing) อัตโนมัติ แต่เครื่องเหล่านั้นไม่ได้ปรับตั้งการหมุนของฐานพิมพ์ (Platform rotation) ฉะนั้น โปรดอ้างอิงตามคำแนะนำจากผู้ผลิตเครื่อง
ส่วนตำแหน่งวางเครื่องพิมพ์ แนะนำให้ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิระหว่าง 18-20°C ถึง 45°C เพราะช่วงอุณหภูมิการทำงานที่ดีที่สุด คือ 25°C ถึง 35°C ในเครื่องพิมพ์ที่มีระบบทำความร้อน แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 30°C เนื่องจากการใช้อุณหภูมิที่สูงกว่านี้อาจทำให้เกิดฟองอากาศในชิ้นงาน และมีกระแสลมภายในห้องพิมพ์มากเกินไป
หากยังคงพบปัญหาเกี่ยวกับการยึดเกาะของชิ้นงาน ให้ขัดฐานพิมพ์ (Build plate) ด้วยกระดาษทรายเบอร์ 200 / 300 โดยวางแผ่นกระดาษทรายบนพื้นผิวที่เรียบสนิทแล้วค่อย ๆ เคลื่อนฐานพิมพ์ไปมาบนนั้น จะสังเกตเห็นว่าส่วนกลางของฐานต่ำกว่าส่วนขอบมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในเครื่องพิมพ์ระบบ LCD หลายรุ่น ทั้งนี้ อาจเพิ่มระยะเวลาการฉายแสงชั้นล่าง (Bottom layer exposure) อีก 5 วินาทีได้ แต่โดยปกติแล้วไม่จำเป็น
หากสังเกตเห็นการจับตัวเป็นก้อนของแว๊กซ์ที่ผิดปกติ สามารถอุ่นและกรองเรซินเพื่อคืนสภาพให้เหมาะสมได้เสมอ อย่างไรก็ตาม การใช้งานจริงของ X-Wax ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าแนวทางปฏิบัติในการใช้ Castable resin ทั่วไป หากนำมาประยุกต์ใช้อย่างเคร่งครัดก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
สำหรับการทำ Support ชิ้นงานเช่นเดียวกับเรซินตัวอื่น ๆ ของ BlueCast แนะนำให้ใช้จุดสัมผัสรูปทรงกลม (Spherical contact point) เพื่อให้พื้นผิวของชิ้นงานไม่เกิดความเสียหายในระหว่างแกะ Support
การทำความสะอาดและการล้างชิ้นงาน (MODEL CLEANING AND WASHING)
สำหรับการทำความสะอาด สามารถใช้ได้ทั้ง Isopropyl Alcohol (IPA) และ Ethyl Alcohol โดยขั้นตอนที่แนะนำเริ่มจากการแช่ในแอลกอฮอล์เป็นเวลา 5 นาที ตามด้วยการเป่าแห้งด้วยลม (Compressed air) จากนั้นล้างรอบที่สองด้วยแอลกอฮอล์ที่เทใหม่ (ไม่ควรใช้ซ้ำ) เป็นเวลา 3 นาที และเป่าแห้งอีกครั้งในขั้นตอนสุดท้าย โดยเฉพาะการหล่อแพลทินัม (Platinum) หรือทองขาว (White gold) ควรฉีดพ่นด้วยแอลกอฮอล์ใหม่อีกครั้งลงบนชิ้นงาน ก่อนเป่าลมเป็นครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้ ต้องเป็นแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงกว่า 95% และไม่มีส่วนผสมของ Acetone เนื่องจาก Acetone สามารถทำลายพื้นผิวชิ้นงานและส่งผลเสียต่อผลลัพธ์ในการหล่อได้
หากต้องการทำความสะอาดให้ล้ำลึกยิ่งขึ้น สามารถใช้เครื่องล้างคลื่นอัลตร้าโซนิค (Ultrasonic cleaner) ได้ อย่างไรก็ตาม ควรใช้ความระมัดระวัง หากพื้นผิวของชิ้นงานมีลักษณะเป็นหลุม (Pitted) หลังการล้างด้วยระบบ Ultrasonic แสดงว่าเครื่องมีกำลังสูงเกินไป กรณีนี้แนะนำให้ใช้วิธีการทำความสะอาดด้วยการแช่ตามปกติแทน
ก่อนการสร้าง Casting tree ในการหล่อ ต้องทำให้ชิ้นงานแห้งสนิทอย่างน้อย 20 นาที เพื่อให้แห้งสม่ำเสมอทั่วทุกจุด และแอลกอฮอล์ระเหยออกจากชิ้นงานอย่างสมบูรณ์
เครื่องพิมพ์ที่ติดตั้งระบบเป่าลมร้อน อาจทำให้เกิดฟองขึ้นบนฐานพิมพ์ ฟองที่เกิดขึ้นนี้สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้โดยการปาดกลับลงในถาดเรซิน (Vat) ด้วยไม้พายซิลิโคน เนื่องจากมีส่วนประกอบของแว๊กซ์จริงในปริมาณสูง ชิ้นงานที่พิมพ์ด้วย X-Wax จะมีความอ่อนตัวและยืดหยุ่นมากกว่างานที่พิมพ์จาก Castable resins ชนิดอื่น BlueCast มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ Castable resins สำหรับเครื่องประดับกว่า 10 ชนิด หากมีความจำเป็นต้องพิมพ์ชิ้นงานที่มีพื้นที่ผิวขนาดใหญ่และมีความหนาน้อยกว่า 0.3 หรือ 0.4 มิลลิเมตร ควรใช้เรซินตัวอื่นที่เหมาะสมกว่า ทั้งนี้ เนื่องจาก X-Wax ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบกับเครื่องพิมพ์ระดับ 16K หรือความละเอียดที่สูงกว่านั้น ข้อจำกัดนี้จึงเจาะจงแค่ในเรื่องพื้นที่ผิวเท่านั้น ไม่ใช่การระบุคุณสมบัติทางกลของ X-Wax
คุณสมบัติทางฟิสิกส์และเคมีของเรซิน X-Wax
การนำไปผ่านกระบวนการ UV cure ระยะเวลาสั้น ๆ หลังการพิมพ์ สามารถเพิ่มความแข็งแกร่ง (Rigidity) และความแข็ง (Hardness) ให้กับชิ้นงานได้
• Tensile Strength: 11 MPa
• Elastic Modulus: 170 MPa
• Elongation: 14%
• Temperature at 5% Weight Loss: 175°C
• TGA Test: 0.005% residue (ปริมาณสารตกค้าง)
ด้วยปริมาณแว๊กซ์ที่สูง X-Wax จึงง่ายต่อการเชื่อมติดกับก้านฉีดแว๊กซ์ (Injection sprues) โดยการขัดผิวชิ้นงานบริเวณจุดที่ต้องการเชื่อมต่อก้านฉีด และใช้เครื่องเชื่อมแว๊กซ์ (Wax welder) ละลายหยดแว๊กซ์ลงบนพื้นที่ที่กำหนด ตรวจสอบให้แน่ใจว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ยึดเกาะกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการเกิดซอกมุมที่ผงยิปซั่ม (Investment) จะเข้าไปฝังตัวได้ การเชื่อมต่อชิ้นงานที่ละเอียดและประณีต ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งเจือปนจากผงยิปซั่ม (Investment inclusions) ในชิ้นงานหล่อได้เป็นอย่างดี
ขั้นตอนหลังการพิมพ์ (Post-print procedure) ถือว่ามีความคล้ายคลึงกับเรซินรุ่น X-One V2 เป็นอย่างมาก ซึ่งผู้ใช้งานที่คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่แล้วจะไม่พบความแตกต่างที่สำคัญ
การเตรียมวัสดุทำแบบหล่อและรอบการเผา (INVESTMENT PREPARATION AND BURNOUT CYCLES)
ข้อได้เปรียบที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ X-Wax คือ ความสามารถในการใช้งานร่วมกับรอบการเผาแว๊กซ์แบบดั้งเดิม (Traditional wax burnout cycles) ได้อย่างสมบูรณ์ และยังให้ความยืดหยุ่นอย่างดีเยี่ยม ผู้ใช้งานสามารถเลือกรอบการเผาได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่แบบดั้งเดิมไปจนถึงแบบเร็วพิเศษ (Ultra-fast) ตามความต้องการเฉพาะ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุด คือ Castable resin ชนิดนี้สามารถติดบน Casting tree ร่วมกับชิ้นงานแว๊กซ์ (Wax models) ได้หรือไม่? คำตอบคือ สามารถทำได้ ไม่มีข้อบ่งชี้ที่ห้ามการสร้าง Mixed trees
วัสดุทำแบบหล่อที่แนะนำ (Recommended Investments)
X-Wax ผ่านการทดสอบความเข้ากันได้ในวงกว้างกับวัสดุทำแบบหล่อ (Investment) ที่นิยมใช้ทั่วไป โดยผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้มาจากวัสดุ ดังต่อไปนี้
• Plasticast, Optima Prestige และ SRS Classic รวมถึงวัสดุอื่นๆ โดยใช้อัตราส่วนน้ำต่อผงที่ 37:100
• X-Vest v2 โดยใช้อัตราส่วนน้ำต่อผงที่ 38:100
ขั้นตอนสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด คือ การพักกระบอกหล่อ (Flask) ทิ้งไว้เป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนเริ่มรอบการเผา และควรใช้น้ำกลั่นเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สารที่ปนเปื้อนในน้ำประปาส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัสดุทำแบบหล่อ
นอกจากนี้ แนะนำให้รักษาอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ให้อยู่ต่ำกว่า 14°C เพื่อไม่ให้กระบวนการแข็งตัวของวัสดุทำแบบหล่อเกิดขึ้นเร็วเกินไป และควรใช้วิธีการชั่งน้ำหนักน้ำและผงก่อนการเตรียมเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้ถ้วยตวงอย่างยิ่ง
ขั้นตอนการผสมวัสดุทำแบบหล่อ (Investment Mixing)
เพื่อให้ได้การผสมวัสดุที่เหมาะสมที่สุด ควรเริ่มจากการเทน้ำลงในถังผสมแล้วค่อย ๆ เติมผงลงไป ตามด้วยการผสมด้วยมืออย่างรวดเร็ว (1-2 นาที) ด้วยไม้พายซิลิโคนเพื่อกำจัดก้อนผง (Lumps) จากนั้นผสมภายใต้ระบบสุญญากาศ (Vacuum) เป็นเวลา 2-3 นาทีในเครื่องผสม โดยใช้ใบพัดที่มีความเร็วรอบแปรผันเพื่อให้ได้เนื้อที่สม่ำเสมอ (Homogeneity) แล้วจึงเทวัสดุลงในกระบอกหล่อภายใต้การ Vacuum โดยเปิดระบบสั่นสะเทือน (Vibration) เมื่อเทจนเต็มเท่านั้น จากนั้นให้ระบบ Vacuum ทำงานต่อไปอีก 2-3 นาที
หากเลือกใช้เครื่องผสมแบบมือหมุน (Manual mixer) ให้เติมผงลงในน้ำ และทำกระบวนการไล่อากาศด้วยสุญญากาศ (Vacuum degassing cycle) ก่อนการผสม ขั้นตอนนี้ใช้เวลาสูงสุด 2-3 นาที โดยใช้ความเร็วต่ำที่สุดเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการดึงอากาศเข้าไป ไม่แนะนำให้เตรียมวัสดุน้อยกว่า 400-500 กรัมด้วยวิธีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ใบพัดของเครื่องผสมสัมผัสกับอากาศมากเกินไป ซึ่งจะนำอากาศเข้าสู่ส่วนผสมและเร่งการแข็งตัว ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ใช้กรดบอริก (Boric acid) เนื่องจากเรซิน X-Wax ไม่มีการขยายตัวระหว่างการเผา Flask
รอบการเผาที่แนะนำ (Recommended Burnout Cycles)
1. รอบที่แนะนำแบบยาว (Recommended Cycle - Long)
• ช่วงที่ 1 เพิ่มอุณหภูมิจาก 0°C ถึง 150°C / คงอุณหภูมิที่ 150°C เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
• ช่วงที่ 2 เพิ่มอุณหภูมิจาก 150°C ถึง 700°C / คงอุณหภูมิที่ 700°C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง
• จากนั้นลดอุณหภูมิลงสู่ระดับอุณหภูมิการหล่อ (Casting temperature)
2. รอบมาตรฐาน (Standard Cycle)
• ช่วงที่ 1 เพิ่มอุณหภูมิจาก 0°C ถึง 150°C / คงอุณหภูมิที่ 150°C เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
• ช่วงที่ 2 เพิ่มอุณหภูมิจาก 150°C ถึง 450°C / คงอุณหภูมิที่ 450°C เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
• ช่วงที่ 3 เพิ่มอุณหภูมิจาก 450°C ถึง 700°C / คงอุณหภูมิที่ 700°C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง
• จากนั้นลดอุณหภูมิลงสู่ระดับอุณหภูมิการหล่อ
3. รอบแบบเร็ว (Fast Cycle)
• ช่วงที่ 1 เพิ่มอุณหภูมิจาก 0°C ถึง 720°C / คงอุณหภูมิที่ 720°C เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
• จากนั้นลดอุณหภูมิลงสู่ระดับอุณหภูมิการหล่อ
ไม่จำเป็นต้องใช้เตาเผาแบบมีระบบระบายอากาศ (Ventilated oven) เพื่อให้การเผาไหม้ของ X-Wax สมบูรณ์ หากเตาเผาที่มีอยู่เป็นแบบนิ่ง (Static oven) แนะนำให้คว่ำกระบอกหล่อ โดยให้ฐานก้านฉีดหงายขึ้นช่วงชั่วโมงสุดท้ายในรอบสูงสุดของการเผา (Burnout peak)
ความแม่นยำทางมิติศักยะ (DIMENSIONAL ACCURACY)
ในระหว่างระยะการพัฒนา เราได้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความแม่นยำทางมิติศักยะ (Dimensional accuracy) ของ X-One V2 castable resin โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เราได้ทำการทดสอบหลายประการเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของเรซินต่อระยะเวลาการล้างที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 2 ถึง 15 นาที
ชิ้นงานที่ผ่านการล้างเป็นเวลา 4-5 นาที สามารถรักษาขนาดที่แม่นยำไว้ได้ แม้แต่ส่วนครอบ (Caps) ที่บางมากและหนามเตยขนาดเล็ก (Micro-prongs) ก็ยังแสดงให้เห็นถึงค่าการวัดที่เที่ยงตรง ยิ่งใช้เวลาล้างนานเท่าใด เนื้อชิ้นงานจะยิ่งถูกกัดกร่อนออกไปมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะดูดซับน้ำจากวัสดุทำแบบหล่อ (Investment) มากขึ้นเท่านั้น ปรากฏการณ์นี้จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในชิ้นงานที่มีน้ำหนักเบาและมีมวลน้อยมาก
สัดส่วนของน้ำที่ใช้ในวัสดุทำแบบหล่อยังเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมการขยายตัวของชิ้นงาน โดยการใช้สัดส่วนน้ำที่ 40% จะไปขยายผลกระทบดังกล่าว ขณะที่ผลลัพธ์ทางมิติของชิ้นงานที่แม่นยำที่สุด สามารถทำได้ในอัตราส่วน 36-37:100 ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าวัสดุทำแบบหล่ออีกด้วย
หากมีความจำเป็นต้องหล่อเรซินทันทีหลังการล้าง ควรทำการ UV cure อย่างรวดเร็วเป็นเวลา 5 นาที เพื่อให้แอลกอฮอล์ระเหยออกจากชิ้นงานอย่างสมบูรณ์ และชิ้นงานจะมีคุณสมบัติกันน้ำได้ดี อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งความผิดพลาดทางมิติมักเกิดจากโปรแกรม Slicing เอง ด้วยเหตุนี้ ซอฟต์แวร์บางตัว เช่น Chitubox จึงได้เพิ่มตัวเลือกในการปรับเปลี่ยนค่า Offsets และ Insets อย่างละเอียด (Tolerance compensation A/B) ในเมนูตัวเลือกขั้นสูง โดยใช้ ค่าบวก หากต้องการ ขยายรายละเอียด ของส่วนตัดขวาง และใช้ ค่าลบ หากต้องการ ลดขนาดลง
คำถามที่พบบ่อย (COMMON QUESTIONS)
ความแตกต่างระหว่าง X-One V2 และ X-Wax กล่าวได้ว่า X-One V2 เป็น Castable resin คุณภาพสูงที่มีพื้นฐานมาจาก Wax polymers ในขณะที่ X-Wax เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานมาจาก Real casting wax (แว๊กซ์ที่ใช้ในการหล่อจริง) โดย X-Wax จะหลอมละลายได้ง่ายกว่า และให้รายละเอียดงานพิมพ์ที่ดียิ่งขึ้น ส่วน X-One V2 จะช่วยลดความยุ่งยากในขั้นตอนก่อนการพิมพ์
• อุณหภูมิที่แนะนำในการจัดเก็บคือเท่าใด?
อุณหภูมิที่แนะนำสำหรับการจัดเก็บ X-Wax castable resin คือระหว่าง 10 ถึง 25 องศาเซลเซียส
• อุณหภูมิในการพิมพ์คือเท่าใด?
อุณหภูมิที่แนะนำในการพิมพ์ คือ ระหว่าง 25 ถึง 35 องศาเซลเซียส สามารถใช้เรซินนี้ได้ในช่วงอุณหภูมิระหว่าง 18 ถึง 45 องศาเซลเซียส
• ความหนาขั้นต่ำที่สามารถพิมพ์ได้คือเท่าใด?
ความหนาขั้นต่ำที่สามารถพิมพ์ได้ คือ 20 ไมครอน สำหรับชิ้นงานที่มีลักษณะโปร่ง (Hollow) หรือมีพื้นผิวขนาดใหญ่มาก แนะนำว่าไม่ควรต่ำกว่า 40 ไมครอน ซึ่งปัจจัยนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความละเอียด (Resolution) ของเรซิน แต่เป็นผลมาจากคุณสมบัติทางกายภาพและทางกลของวัสดุ
• ชิ้นงานที่พิมพ์ด้วย X-Wax มีความทนทานกว่าชิ้นงานที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ระบบฉีดแว๊กซ์ (Wax deposition printers) หรือไม่?
ใช่ ชิ้นงานที่พิมพ์ด้วย X-Wax มีความทนทานสูงกว่าชิ้นงานที่พิมพ์ด้วยแว๊กซ์จากเครื่องพิมพ์ระบบดั้งเดิมมาก
• ทำไมจึงเกิดข้อผิดพลาดในการพิมพ์ เช่น รอยตำหนิบนชิ้นงาน หรือการหลุดออกจาก Support?
สาเหตุอาจมีความหลากหลาย แต่หลัก ๆ แล้วมักเกิดจากการใช้ฟิล์มถาดเรซิน (Vat film) ที่คุณภาพต่ำหรือเสื่อมสภาพจากการใช้งานหนัก และการทำ Support ที่เหมาะสมก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน
• จำเป็นต้องทำ UV post-curing หรือไม่?
ไม่จำเป็น แนะนำให้ทำเฉพาะในกรณีที่ต้องการประกอบ Casting tree สำหรับหล่อและเทวัสดุทำแบบหล่อทันทีหลังจากการพิมพ์เสร็จสิ้น
• ชิ้นงานมีรูหรือเส้นในแนวตั้ง ต้องทำอย่างไร?
หากชิ้นงานปรากฏเส้นแนวตั้งขนาดใหญ่ ให้ตรวจสอบหน้าจอ LCD เป็นอันดับแรก จากนั้นตรวจสอบว่าฟิล์ม FEP ไม่ถูกบีบอัดจนเกินไป รวมถึงผสมและอุ่นเรซินใหม่ หากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ให้เพิ่มระยะเวลาการฉายแสงต่อชั้นปกติ (Normal layer exposure time) อีก 1 วินาที
บทสรุป (CONCLUSIONS)
X-Wax โดดเด่นในฐานะ Castable resin ที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเครื่องประดับทั้งหมด ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและปริมาณแว๊กซ์จริงในสัดส่วนที่สูง ทำให้สามารถพิมพ์ชิ้นงานสามมิติโดยตรงด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติเสมือนแว๊กซ์ผ่านเครื่องพิมพ์ราคาไม่สูงนักได้เป็นอย่างดี
