Skip to content

☎ 090-998-8151 | ✉ [email protected] | 🕐 Mon–Fri 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation
☎ 090-998-8151 |
🕐 Mon–Fri 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation

Generative Design คืออะไร? ต่างจาก Topology Optimization อย่างไร และทำไมต้องคู่กับ 3D Printing

Generative Design คืออะไร? ต่างจาก Topology Optimization อย่างไร และทำไมต้องคู่กับ 3D Printing

Generative Design คือการออกแบบที่ให้คอมพิวเตอร์ช่วยสร้างรูปทรงชิ้นงานจาก "โจทย์" ที่เรากำหนด เช่น ต้องรับแรงเท่าไร ยึดตรงไหน ห้ามมีเนื้อวัสดุตรงไหน ใช้วัสดุอะไร และจะผลิตด้วยวิธีไหน จากนั้นซอฟต์แวร์จะคำนวณและเสนอแบบออกมาหลายสิบถึงหลายร้อยแบบให้เลือก ผลลัพธ์ที่ได้มักเป็นรูปทรงคล้ายกระดูกหรือกิ่งไม้ เบากว่าเดิมแต่ยังรับแรงได้ตามที่ต้องการ และหลายแบบผลิตได้จริงด้วย เทคโนโลยี 3D Printing เท่านั้น

Generative Design ทำงานอย่างไร

การกำหนดพื้นที่ออกแบบ Preserve และ Obstacle ใน Generative Design
ขั้นตอนตั้งโจทย์: สีแดงคือส่วนที่ต้องคงไว้ (Preserve) สีน้ำเงินคือพื้นที่ห้ามมีวัสดุ (Obstacle)

ซอฟต์แวร์แต่ละค่ายเรียกต่างกันเล็กน้อย แต่ขั้นตอนหลักคล้ายกัน

  1. กำหนดส่วนที่ต้องคงไว้ (Preserve Geometry): เช่น รูยึดน็อต หน้าสัมผัส หรือจุดต่อกับชิ้นส่วนอื่น
  2. กำหนดพื้นที่ห้ามมีวัสดุ (Obstacle Geometry): เช่น ทางเดินสายไฟ ระยะหมุนของชิ้นส่วนข้างเคียง หรือช่องสำหรับเครื่องมือ
  3. ใส่แรงและจุดยึด (Loads & Constraints): แรงกด แรงบิด น้ำหนัก และค่าความปลอดภัย (Safety Factor)
  4. เลือกวัสดุและวิธีผลิต: เช่น อะลูมิเนียม เหล็กกล้าไร้สนิม ไทเทเนียม หรือพลาสติก และวิธีผลิตอย่าง Additive (3D Printing), CNC 3 แกน/5 แกน หรือหล่อ
  5. ให้ซอฟต์แวร์คำนวณ: ส่วนใหญ่ประมวลผลบนคลาวด์ ได้ผลลัพธ์หลายแบบพร้อมข้อมูลน้ำหนัก ความแข็งแรง และต้นทุนโดยประมาณ
  6. เลือก ปรับ และตรวจสอบ: นำแบบที่เลือกไปวิเคราะห์ FEA ซ้ำ ปรับรายละเอียด แล้วพิมพ์ต้นแบบมาทดสอบจริง

ชิ้นส่วนที่ได้จากกระบวนการ Generative Designผลลัพธ์ Generative Design หลายแบบในซอฟต์แวร์
ผลลัพธ์จาก Generative Design: รูปทรงที่เนื้อวัสดุอยู่เฉพาะแนวรับแรง และการเปรียบเทียบหลายแบบในซอฟต์แวร์

Generative Design ต่างจาก Topology Optimization อย่างไร

สองคำนี้มักใช้ปนกัน แต่ต่างกันที่จุดเริ่มต้นและจำนวนคำตอบ

หัวข้อ Topology Optimization Generative Design
จุดเริ่มต้น เริ่มจากรูปทรงเดิม แล้วตัดเนื้อส่วนที่ไม่รับแรงออก เริ่มจากโจทย์ (พื้นที่ แรง วัสดุ วิธีผลิต) ไม่จำเป็นต้องมีรูปทรงเดิม
ผลลัพธ์ ได้คำตอบหลักหนึ่งแบบ ได้หลายแบบให้เปรียบเทียบ
เงื่อนไขการผลิต มักต้องปรับแบบเองภายหลัง ใส่วิธีผลิตเป็นเงื่อนไขตั้งแต่ต้นได้
เหมาะกับ ลดน้ำหนักชิ้นส่วนที่มีอยู่แล้ว ออกแบบใหม่ หรือรวมหลายชิ้นเป็นชิ้นเดียว

ตัวอย่างการใช้งานจริง

  • General Motors (2018): ร่วมกับ Autodesk ออกแบบขายึดเข็มขัดนิรภัย (Seat Bracket) ใหม่ จากเดิม 8 ชิ้นรวมเป็นชิ้นเดียวด้วยการพิมพ์โลหะ ได้แบบที่เบาลงราว 40% และแข็งแรงขึ้นราว 20% เป็นงานต้นแบบพิสูจน์แนวคิด
  • Airbus Bionic Partition: ผนังกั้นระหว่างห้องโดยสารกับห้องครัวของ A320 ที่ใช้ Generative Design และการพิมพ์โลหะผสมอะลูมิเนียม เบาลงราว 45% (ประมาณ 30 กก.) เมื่อเทียบกับแบบเดิม
  • อุปกรณ์กีฬาและจักรยาน: ผู้ผลิตชิ้นส่วนจักรยานและมอเตอร์ไซค์ใช้ลดน้ำหนักชิ้นส่วนที่ต้องรับแรงสูง
  • การแพทย์: ออกแบบโครงสร้างตาข่ายในรากเทียมโลหะให้กระดูกยึดเกาะได้ดี อ่านต่อใน Metal 3D Printing ทางการแพทย์

ลูกสูบโลหะพิมพ์ 3 มิติที่มีโครงสร้างตาข่ายภายใน
ลูกสูบโลหะที่พิมพ์ 3 มิติ มีโครงสร้างตาข่าย (Lattice) ภายในเพื่อลดน้ำหนัก

ทำไม Generative Design ต้องคู่กับ 3D Printing

รูปทรงที่ได้จาก Generative Design มักมีโพรงภายใน ผิวโค้งต่อเนื่อง และแขนงเล็ก ๆ หลายทิศทาง ซึ่งการผลิตแบบดั้งเดิมทำได้ยาก

แม่พิมพ์ฉีดพลาสติกที่มีความซับซ้อนสูง
ชิ้นงานยิ่งซับซ้อน แม่พิมพ์ฉีดหรือหล่อยิ่งมีชิ้นส่วนเลื่อนและต้นทุนสูงขึ้น

  • การฉีดหรือหล่อ: ชิ้นงานที่มีมุมอับ (Undercut) หรือโพรงภายในต้องใช้แม่พิมพ์ที่มีชุดเลื่อนหลายชุด ออกแบบยากและแพง
  • CNC (Subtractive): ตัดเนื้อวัสดุออกจากก้อนตั้งต้น ดอกกัดเข้าไม่ถึงโพรงภายในและมุมลึก
  • 3D Printing (Additive): เติมวัสดุทีละชั้น ไม่มีข้อจำกัดเรื่องทางเข้าของเครื่องมือ รูปทรงซับซ้อนแทบไม่เพิ่มต้นทุน

แผนภาพการผลิตแบบ Subtractive ตัดเนื้อวัสดุออกแผนภาพการผลิตแบบ Additive เติมวัสดุทีละชั้น
ซ้าย: Subtractive ตัดเนื้อวัสดุออก / ขวา: Additive เติมวัสดุทีละชั้น

ชิ้นส่วนโค้งที่ผ่าน Generative Design หลายระดับ
แบบเดียวกันที่ผ่านการ Optimize ต่างระดับ บางแบบยังหล่อได้ บางแบบต้องพิมพ์ 3 มิติเท่านั้น

ข้อจำกัดในปัจจุบันคือความเร็วและต้นทุนต่อชิ้นของการพิมพ์โลหะ ซึ่งยังสูงกว่าการผลิตจำนวนมากแบบดั้งเดิม งานที่คุ้มค่าจึงมักเป็นชิ้นส่วนมูลค่าสูง เช่น อากาศยาน รถสมรรถนะสูง อุปกรณ์การแพทย์ และชิ้นส่วนเครื่องจักรเฉพาะทาง หรือใช้ 3D Printing พิมพ์แม่พิมพ์และต้นแบบก่อน แล้วค่อยผลิตจริงด้วยวิธีอื่น อ่านเรื่องวัสดุโลหะเพิ่มเติมใน 5 วัสดุโลหะยอดนิยมสำหรับเครื่อง SLM

ชิ้นงานโลหะพิมพ์ 3 มิติรูปทรงตาข่ายโค้งต่อเนื่อง
รูปทรงตาข่ายโค้งต่อเนื่องแบบนี้ผลิตด้วยวิธีดั้งเดิมไม่ได้ (ภาพ: Shapeways)

โปรแกรมที่มี Generative Design หรือ Topology Optimization

  • Autodesk Fusion: ฟังก์ชัน Generative Design ปัจจุบันรวมอยู่ใน Fusion Simulation Extension (ซื้อเพิ่มจาก Fusion ปกติ) หรือแพ็กเกจ Fusion for Design เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการเริ่มต้น
  • SOLIDWORKS: มี Topology Study ในชุด Simulation ระดับสูง
  • Siemens NX และ Altair Inspire: นิยมในงานวิศวกรรมยานยนต์และอากาศยาน
  • PTC Creo: มี Generative Design Extension
  • nTop: เด่นเรื่องโครงสร้างตาข่าย (Lattice) สำหรับงาน 3D Printing โดยเฉพาะ

ราคาและแพ็กเกจเปลี่ยนบ่อยและต่างกันตามประเทศ ควรตรวจสอบกับผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในไทยก่อนตัดสินใจ ถ้าใช้ CAD อยู่แล้ว ลองสอบถามว่ามีโมดูลเสริมด้านนี้หรือไม่

Generative Design เหมาะกับใคร

  • ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดวัสดุ หรือรวมหลายชิ้นเป็นชิ้นเดียว โดยเฉพาะงานโลหะและ พลาสติกคอมโพสิต
  • ทีม R&D และนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่ต้องการสำรวจแนวทางใหม่ ๆ แม้สุดท้ายจะผลิตด้วยวิธีดั้งเดิม
  • สถาปนิกและนักออกแบบ ที่ต้องการโครงสร้างหรือของตกแต่งรูปทรงอิสระ
  • โรงงานที่ทำจิ๊กและฟิกซ์เจอร์ ลดน้ำหนักอุปกรณ์จับยึดที่พนักงานต้องยกทั้งวัน อ่านตัวอย่างใน 10 ตัวอย่างการใช้ 3D Printer ในอุตสาหกรรม

สำหรับการพิมพ์ต้นแบบหรือชิ้นงานใช้งานจริงจากแบบ Generative Design ทีม Sync Innovation ช่วยแนะนำเครื่องพิมพ์ระดับอุตสาหกรรมและวัสดุที่เหมาะสมได้ ดู เครื่องพิมพ์ 3 มิติระดับอุตสาหกรรม หรือติดต่อฝ่ายขาย โทร 090-998-8151 / LINE @sync.innovation

คลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างซอฟต์แวร์ Generative Design (ParaMatters CogniCAD)

Topology Optimization ใน SOLIDWORKS

Topology Optimization ใน Siemens NX

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Generative Design ใช้ AI หรือไม่

ใช้อัลกอริทึมการคำนวณและการหาค่าที่เหมาะสมที่สุด (Optimization) ร่วมกับการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม บางค่ายเรียกว่า AI-powered design แต่แบบที่ได้ยังต้องให้วิศวกรตรวจสอบและทดสอบเสมอ

แบบที่ได้นำไปพิมพ์ด้วยเครื่อง FDM หรือเรซินได้ไหม

ได้สำหรับต้นแบบหรือชิ้นงานพลาสติก แต่ควรตั้งวิธีผลิตในซอฟต์แวร์ให้ตรง และระวังส่วนยื่นที่ต้องใช้ Support มาก ถ้าเป็นชิ้นงานรับแรงจริงควรใช้วัสดุวิศวกรรมหรือโลหะ

ต้องมีความรู้ FEA ก่อนไหม

ควรมีพื้นฐานเรื่องแรง จุดยึด และค่าความปลอดภัย เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับโจทย์ที่ใส่ ถ้าตั้งโจทย์ผิด แบบที่ได้ก็ใช้งานจริงไม่ได้

แหล่งอ้างอิง: Autodesk: General Motors seat bracket · Airbus: Bionic partition · Autodesk Fusion Simulation Extension

Cart 0

Your cart is currently empty.

Start Shopping