ปัจจุบันเทคโนโลยี LCD 3D Printer หรือ MSLA 3D Printer พัฒนามาถึงจุดที่ความละเอียดเพียงพอกับการใช้งานหลัก ๆ แทบจะทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานต้นแบบ จิวเวลรี ทันตกรรม หรือวิศวกรรม ดังนั้น หลายแบรนด์จึงเน้นไปที่ฟีเจอร์ซึ่งช่วยให้พิมพ์งานออกมารวดเร็ว และคงคุณภาพได้เหมือนกันทุกครั้งที่พิมพ์ ทั้งยังลดงานเสีย ในฝั่งวัสดุเรซินก็ออกแบบและพัฒนามาสำหรับงานเฉพาะทาง สำหรับใครที่กำลังมองหาเรซินใช้งานอยู่ สามารถศึกษาเรซินแต่ละแบบในบทความนี้ได้เลย

- Aqua 8K เรซินระดับพรีเมียมจาก Phrozen เป็นหนึ่งในเรซินที่พิมพ์ง่ายที่สุดเท่าที่เคยใช้มา เหมาะกับงานโมเดลทุกรูปแบบไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ตัวเรซินมีความหนืดในระดับหนึ่ง ทำให้ชิ้นงานที่ได้มีความแข็งแรง มีความเหนียวมากกว่าเรซินทั่วไปเล็กน้อย แต่ไม่ถึงระดับเรซินวิศวกรรม ปัจจุบันมี 4 สีหลัก คือ Grey, Red Clay, Vanilla และ Snow Grey




- Aqua Hyperfine เรซินตัวใหม่สำหรับการใช้งานที่ต้องการความละเอียดสูง โดยมีการตั้งค่าแนะนำที่ 30 ไมครอน จากปกติที่มักจะตั้งไว้ที่ 50 ไมครอน




- RPG เรซินที่นำข้อดีของ Aqua 8K มารวมกับเรซินวิศวกรรมอย่าง Impact Plus ทำให้เรซินมีความเหนียวมากยิ่งขึ้น ไม่แตกหักง่าย นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้กับงานวิศวกรรมที่ไม่ต้องรับแรงมากได้อีกด้วย


- Speed เรซินสำหรับงานที่เน้นความรวดเร็ว ไม่เน้นผิวละเอียด ความเร็วมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 6 ซม./ชม. ดังนั้นต่อให้เป็นเครื่อง Mega 8K ที่พิมพ์ได้สูงถึง 40 ซม. ก็ยังใช้เวลาไม่ถึง 8 ชั่วโมง ก็สามารถนำชิ้นงานไปดำเนินการต่อได้ทันที ความเร็วของเรซินตัวนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง สำหรับการตั้งค่า ได้แก่ Layer Thickness 150 ไมครอน (ปกติ 20-70 ไมครอน) ระยะยกเพียง 3 มม. พร้อมความเร็วที่เหมาะสม และการตั้งค่าเวลาหน่วงการฉายแสง (Light-off Delay) ที่ทีมงาน Phrozen ได้ทดลองมาให้พร้อมใช้งาน ซึ่งสามารถให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากับเครื่องราคาหลักแสน สีของชิ้นงานจะออกเทาอ่อน ไม่เข้มเท่ากับ Aqua 8K สี Grey และมีความหนืดต่ำมาก ทำให้ตั้งค่าเวลาหน่วงการฉายแสงอยู่ที่ 0.5-1 วินาที (งานใหญ่อาจต้องใช้เวลา 2 วินาที)



กลุ่มงานจิวเวลรี
สำหรับเรซินกลุ่มจิวเวลรี แม้จะไม่ได้ระบุอย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลทางเทคนิคจะเห็นว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Resinwork กับ Phrozen ดังนั้นเรซินสำหรับการหล่อโดยตรง (Direct Cast) จึงเหมือนกันทุกขั้นตอนตั้งแต่การพิมพ์ไปจนถึงกระบวนการหล่อ เรซินกลุ่ม Castable จะแตกต่างจากเรซินต้นแบบในด้านการทำ Support ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะขนาดที่ต้องใหญ่กว่าปกติเพื่อให้ชิ้นงานมีความแข็งแรง ดังนั้นก่อนใช้งานเรซินกลุ่มนี้ แนะนำให้อ่านวิธีการทำ Post Process หลังพิมพ์ให้ตรงตามที่ผู้ผลิตแนะนำ เพื่อให้การหล่อออกมาสมบูรณ์และมีปัญหาน้อยที่สุด
- Violet Castable Resin เป็นเรซินสำหรับงานหล่อตัวเริ่มต้นที่พิมพ์ง่ายที่สุดของ Phrozen สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์ระบบ LCD และ DLP ชิ้นงานหลังพิมพ์มีความแข็งแรงสูง สามารถนำมาขัดแต่งได้



กลุ่มงานทันตกรรม
เรซินที่ Phrozen พัฒนาและเริ่มจำหน่ายในปี 2022 เน้นงานโมเดลทันตกรรมเป็นหลัก ยังไม่มีส่วนของงาน Temporary หรือ Restoration สำหรับเรซินอื่น ๆ ในกลุ่มทันตกรรม สามารถใช้เรซินของ Third Party ได้หลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด

- Study Model Resin เรซินที่เลียนแบบการหล่อปูนพลาสเตอร์ พิมพ์ง่ายและเร็วที่สุดในกลุ่มทันตกรรม ผิวงานหลังพิมพ์มีสีขาวด้านและมีความหยาบ หากชิ้นงานออกเหลือง สามารถนำเข้าเครื่องอบเพื่อให้กลับมาเป็นสีขาวได้

- Dental Water Washable Model Resin เรซินสูตรพิเศษที่เน้นความแม่นยำในการพิมพ์ มีค่าการหดตัวต่ำ เหมาะสำหรับงานการศึกษาที่ต้องมีการทดสอบการสวมประกอบ

- Dental Ortho Resin เรซินสำหรับงาน Vacuum เพื่อผลิตเครื่องมือจัดฟันใส (Aligner) มีสีเทาด้าน รายละเอียดคมชัด และทนความร้อนได้สูงถึง 190 องศาเซลเซียส

- Gingiva Mask Resin เรซินสำหรับชิ้นงานที่ต้องการความนิ่มและมีความยืดหยุ่นสูง รวมถึงให้สีที่คมชัด เห็นรายละเอียดชัดเจน

กลุ่มงานวิศวกรรม
- Protowhite Rigid Resin เรซินวิศวกรรมที่พัฒนาร่วมกับบริษัท BASF จากเยอรมนี การันตีคุณภาพด้วยสูตรการผลิตที่ให้ความแข็งแรง เหนียว และมีความแม่นยำสูงมาก ช่วยให้การผลิตงานต้นแบบที่ต้องใช้ทดสอบจริงทำได้ง่าย โดยเฉพาะชิ้นงานที่ต้องมีการขัด ตกแต่ง เจาะ หรือเชื่อมต่อกับวัสดุอื่นโดยไม่เสียหายหรือแตกหัก เมื่อดูการตั้งค่าจะพบว่าเรซินชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่ม DLP ที่ต้องการพลังงานสูง ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาฉายแสงสำหรับเครื่อง LCD ประมาณ 8-10 วินาที ตัวเรซินมีความเหนียว แข็งแรง และหดตัวต่ำ ไม่เหมือนเรซินวิศวกรรม LCD ทั่วไป และจำเป็นต้องใช้เครื่องอบ UV เพื่อทำ Post Cure ให้ได้คุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตกำหนดเท่านั้น


- Onyx Impact Plus พัฒนาร่วมกับ Henkel เพื่อตอบโจทย์งานที่ต้องการความเหนียวเป็นพิเศษ ทนต่อแรงกดและแรงกระแทกโดยไม่เสียหาย เรซินตัวนี้ไม่เหมือนกลุ่ม Flexible Resin ที่จะเกิดการยุบตัว เพราะสามารถดูดซับแรงได้ดีและมีความแข็งในระดับหนึ่ง แต่ยังคงระยะยืดตัวได้เกือบ 100% ตัวอย่างงาน เช่น ผลิตภัณฑ์เลียนแบบยางธรรมชาติที่ผสมเขม่าดำเพื่อให้มีความแข็งสูง


- Ceramic White Resin อีกหนึ่งเรซินที่พัฒนาร่วมกับ BASF โดยมีการผสมผงเซรามิก (Ceramic Powder) มากกว่า 50% ทำให้เรซินมีลักษณะแข็ง ผิวสัมผัสคล้ายปูน ทนต่อแรงกดและอุณหภูมิได้ดีกว่าเรซินปกติ อีกทั้งยังให้ความแม่นยำสูงมาก










