ข้ามไปเนื้อหาหลัก

☎ 090-998-8151 | ✉ [email protected] | 🕐 Mon–Fri 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation
☎ 090-998-8151 |
🕐 Mon–Fri 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation

Logo of Sync Innovation with a light bulb icon.
ทำไมถึงไม่ควรใช้ IPA ล้างชิ้นงานจากเครื่องพิมพ์ SLA 3D โดยตรงด้วยเครื่องอัลตราโซนิก

ทำไมถึงไม่ควรใช้ IPA ล้างชิ้นงานจากเครื่องพิมพ์ SLA 3D โดยตรงด้วยเครื่องอัลตราโซนิก

Laser Base printing DLP Base printing
การพิมพ์แบบ Laser Base การพิมพ์แบบ DLP Base

ในกรณีที่ไม่ล้าง หรือล้างไม่สะอาด ก็จะมีเรซินส่วนที่ไม่ต้องการติดอยู่ ซึ่งเมื่อนำไปอบต่อด้วยเครื่อง UV (post curing) จะทำให้รายละเอียดบางส่วนหายไป ไม่คมชัด ขนาดเพี้ยนไปเล็กน้อย รวมถึงมีผิวที่เหมือนเคลือบเงามา ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ

ชิ้นงานที่ล้างไม่สะอาด ชิ้นงานที่ล้างสะอาด
ชิ้นงานที่ล้างไม่สะอาด ชิ้นงานที่ล้างสะอาด
ชิ้นงานที่ล้างไม่สะอาด ชิ้นงานที่ล้างสะอาด
ชิ้นงานที่ล้างไม่สะอาด ชิ้นงานที่ล้างสะอาด

จากข้อมูลข้างต้น การทำความสะอาดจึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญของการใช้เครื่องพิมพ์เรซิน ซึ่งปัจจุบันมีทั้งเครื่องที่ทำงานอัตโนมัติ กึ่งอัตโนมัติ รวมถึงแบบ Manual ซึ่งผู้เขียนใช้อยู่

ล้างแบบกึ่งอัตโนมัติ

สำหรับแบบอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติ ส่วนใหญ่จะนำถาดพิมพ์ชิ้นงานไปติดตั้งกับเครื่องล้าง แล้วกดปุ่มทำงานได้เลย เช่น Formwash หรือ Anycubic Wash & Cure Machine ซึ่งจะใช้หลักการ Magnetic Stir กวนสารทำละลาย หรือ IPA ให้หมุนวนไปเรื่อยๆ เพื่อล้างสิ่งที่ไม่ต้องการออก ใครจะทำเองโดยลงทุนไม่กี่บาทก็ดูตามคลิปด้านล่างได้เลย ส่วนใครที่อยากจะใช้เครื่องสำเร็จรูปก็ต้องจ่ายแพงขึ้นหน่อย หรือซื้อเครื่อง Stir มาใช้เอง (เริ่มต้นราคา 1-2 พันบาท) แต่ก็ยังถูกกว่าเครื่องจากผู้ผลิตเครื่อง 3D Printer ข้อเสียคงเป็นเรื่องความสวยงาม การติดตั้ง และการป้องกันฝุ่นหรือกลิ่นที่ผู้ใช้ต้องหาทางจัดการเอาเอง


ล้างแบบ Manual

แบบ Manual ที่ใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคือการนำไปจุ่มใน IPA หรือตัวทำละลายโดยตรง มีทั้งแบบแกะชิ้นงานจากถาดพิมพ์แล้ว หรือจุ่มไปโดยไม่แกะ อันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดหรือคำแนะนำจากผู้ผลิตเครื่อง หรือเรซิน ส่วนใหญ่ผู้เขียนจะแยกเป็น 2 บ่อ คือ บ่อที่ 1 สำหรับงานที่เพิ่งปริ้นเสร็จจะมีคราบเรซินติดอยู่เยอะ ดังนั้นบ่อนี้จะสกปรกมาก ใช้งานได้สักพักก็จะไม่สะอาดแล้ว ส่วนบ่อที่ 2 ไว้ล้างงานจริงเพื่อทำความสะอาดเรซินที่ติดอยู่ในซอกเล็กๆ โดยทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วใช้การเขย่าด้วยมือช่วยให้เรซินหลุดออกมา ซึ่งพอใช้ล้างไปสัก 15-20 การพิมพ์ IPA ก็จะเริ่มสกปรกจนล้างเรซินได้ยากขึ้น ต้องเปลี่ยนใหม่ หรือใครที่ทิ้งไว้แล้วลืมปิดฝา ตัว IPA จะระเหยและดูดความชื้นในอากาศ ทำให้มีความเหนียวและล้างงานไม่ค่อยออกอีกด้วย


ในปัจจุบัน เครื่อง Ultrasonic ที่ปกติมักอยู่ในห้องแล็บวิจัย เริ่มหาซื้อได้ง่ายขึ้นและราคาไม่แพง โดยขนาด 3 ลิตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับเครื่องพิมพ์ 3 มิติไซส์เล็ก มีราคาประมาณ 3-4 พันบาท หรือใครปริ้นพวกฟิกเกอร์เล็กๆ ก็ใช้เครื่องที่เล็กลงช่วยประหยัดงบได้อีก ซึ่งจากประสบการณ์ที่ใช้ พบว่างานที่ได้สะอาดขึ้นมาก ผิวที่ปกติเคยต้องใช้มือเขย่าๆ ก็ไม่เหนียวอีกแล้ว นอกจากนี้รายละเอียดเล็กๆ ยังคมชัดมากขึ้นด้วย ดังนั้นใครที่พอมีงบประมาณ อุปกรณ์ตัวนี้ถือเป็นเครื่องมือที่น่าลงทุนครับ


จากการสำรวจข้อมูลผู้ขายเครื่อง SLA 3D Printer แทบจะไม่มีใครระบุถึงอันตรายเมื่อใช้ IPA ใส่ลงใน Ultrasonic โดยตรงเลย จึงเป็นที่มาของบทความนี้ครับ เมื่อไปศึกษาเอกสารประกอบความปลอดภัยของ IPA จะพบว่าเป็นสารระเหยที่ติดไฟได้ง่าย โดยหลักการติดไฟมี 3 อย่าง คือ เชื้อเพลิง+ประกายไฟ+ออกซิเจน ซึ่งหากมีประกายไฟ หรืออุณหภูมิสูงถึงจุดหนึ่ง ก็มีโอกาสเกิดไฟลุกได้

  • IPA มีจุดเดือดอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งในการใช้งานบางประเภท ผู้ใช้ตั้งอุณหภูมิของเครื่อง Ultrasonic ไว้ด้วย ทำให้เกิดความร้อนสะสมจน IPA ระเหยสะสมในอากาศในปริมาณที่ลุกติดไฟได้ง่าย
  • ถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่มีรายงานอุบัติเหตุในเรื่องนี้ในกลุ่มผู้ใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ แต่มาตรฐานความปลอดภัยต้องมาก่อนเป็นอันดับ 1 โดย NASA ได้ระบุวิธีการใช้งานเครื่อง Ultrasonic กับพวกสารระเหยไว้ตั้งแต่ปี 1969 หรือเมื่อ 50 ปีก่อน โดยใช้ IPA หรือสารระเหยบรรจุไว้ในถุงหรือบรรจุภัณฑ์แยกต่างหาก (คาดเดาว่าคงเคยเกิดประกายไฟหรือการลุกไหม้ในห้องแล็บสมัยก่อน) แล้วในเครื่องให้ใส่น้ำเปล่าแทน ซึ่งช่วยให้ประหยัด IPA ได้สำหรับงานเล็กๆ ส่วนใครที่มีงานชิ้นใหญ่ อาจจะต้องหาถุงที่ใหญ่ขึ้น หรือเปลี่ยนไปใช้ตัวทำละลายอื่นๆ ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันครับ



สำหรับตัวผู้เขียนเอง เลือกใช้ถุงซิปล็อกง่ายๆ เป็นบรรจุภัณฑ์ แล้วใส่ชิ้นงานที่ล้างเรซินด้วย IPA บางส่วนออกไปบ้างแล้ว (IPA ล้างรอบที่ 1) จากนั้นจึงนำไปใส่ในอ่าง Ultrasonic เพื่อล้างขั้นตอนสุดท้ายอีกที โดยปกติจะใช้เวลาเพียง 1-2 นาทีเท่านั้น เนื่องจากเรซินส่วนใหญ่ถูกล้างออกไปตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว

หลังจากทำความสะอาดแล้ว จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน โดยเรซินที่ใช้ในบทความนี้เป็นสีขาว จึงอาจแยกรายละเอียดได้ไม่ชัดนัก ลองสังเกตดูรูปตัวอักษรที่เป็นรายละเอียดเล็กๆ จะเห็นได้เลยว่าผิวของชิ้นงานสะอาดและไม่มีเรซินตกค้างอยู่เลย (หากมีเรซินตกค้าง จะสะท้อนกับไฟที่ใช้ถ่ายรูป เหมือนกับตอนที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด)

สรุปคือ IPA เป็นสารก่อให้เกิดไฟ และไอระเหยมีความเป็นอันตรายต่อสายตาและผิวหนังในระดับสูง ดังนั้นผู้ผลิตหลายรายจึงพยายามหาสารเคมีหรือตัวทำละลายทดแทน ซึ่งปลอดภัยกับผู้ใช้มากกว่า และสามารถใส่ลงในเครื่อง Ultrasonic ได้โดยตรง โดยส่วนใหญ่จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่า IPA พอสมควร เช่น

  • Resinaway จากบริษัท Monocure ของออสเตรเลีย ที่มีส่วนผสมของโพรพีลีนไกลคอล (propylene glycol) กับสารเคมีชนิดอื่น ช่วยทำความสะอาดได้ดีกว่า IPA ติดไฟยากกว่า รวมถึงมีอายุการใช้งานที่นานกว่า สามารถใส่ใน Ultrasonic ได้โดยตรง
  • TEK 1960/ TEK 1969 จากค่าย Lumi Industries
  • Washing Agent (WA-D) ของไทยจาก PIM3D น่าสนับสนุนครับ

ทางด้านเหล่านัก Maker ก็ไม่น้อยหน้า ได้นำน้ำยาทำความสะอาดที่ใช้ในบ้านมาทดลองกันว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด เนื่องจากในต่างประเทศ IPA มีราคาสูงและหาซื้อยากกว่า ดังนั้นหากสารเคมีที่ใช้สามารถซื้อได้จากร้านค้าทั่วไปก็จะดีกว่า ลองไปดูคลิปนี้กันครับว่ายี่ห้อไหนดีสุด ซึ่งผลลัพธ์มาจากการทดลองเอง อาจจะไม่ได้มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับมากนัก

  1. ไม่ควรใส่ IPA ลงในอ่าง Ultrasonic โดยตรงเพื่อความปลอดภัย อุบัติเหตุมักเริ่มต้นจากคำว่า “ไม่เป็นไร”
  2. IPA ที่อยู่ในถุงหรือซิบล็อกจะมีการระเหยอยู่ภายใน ดังนั้นเวลาเปิดเพื่อนำชิ้นงานออกมา ไม่ควรเอาจมูกหรือส่วนใดของร่างกายเข้าไปใกล้
  3. มีสารเคมีอื่นทดแทนมากมาย นัก Maker หลายท่านน่าจะให้คำแนะนำได้ ส่วนผู้เขียนเองซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์เลือกที่จะทำตามขั้นตอนของ NASA ซึ่งมั่นใจว่าปลอดภัย
  4. Ultrasonic ช่วยทำความสะอาดได้จริง แต่อาจจะไม่เหมาะกับงานที่มีลักษณะกิ่งก้านเล็กๆ เช่น จิวเวอรี หรือฟิกเกอร์ขนาดเล็กที่มีแขนขาหรือส่วนที่ยื่นออกมา เนื่องจากส่วนที่เปราะบางอาจเสียหายได้ ควรหันไปใช้ระบบ Magnetic Stirrer แทน
  5. ไม่ว่าจะเป็นเรซินหรือสารเคมีทุกชนิดในระบบ ล้วนเป็นอันตรายทั้งหมด ควรดูตัวอย่างมาตรฐานการทำงานของ Maker ชาวเยอรมัน เมื่อทำงานกับเรซินจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยอย่างครบถ้วน (ลิงก์)
ตะกร้าสินค้า 0

ตะกร้าสินค้าของคุณว่างเปล่า

เริ่มช้อปเลย