ข้ามไปเนื้อหาหลัก

☎ 090-998-8151 | ✉ [email protected] | 🕐 Mon–Fri 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation
☎ 090-998-8151 |
🕐 Mon–Fri 9:00–17:00 | 💬 @sync.innovation

Logo of Sync Innovation with a light bulb icon.
Investment Casting / Lost wax casting คือกระบวนการขึ้นรูปโลหะอะไร

Investment Casting / Lost wax casting คือกระบวนการขึ้นรูปโลหะอะไร

Investment Casting หรือ Lost Wax คืออะไร เป็นกระบวนการหล่อโลหะแบบหนึ่งที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่อดีต เนื่องจากต้นทุนต่ำ สามารถทำเองได้โดยใช้อุปกรณ์ไม่กี่อย่าง แตกต่างจากเทคโนโลยี Die Casting ที่ต้องลงทุนสูงกว่ากันหลายเท่า ในบางครั้งเรียกกันง่ายๆ ว่า การหล่อขี้ผึ้ง (Wax)

  • หลักการของเทคโนโลยีนี้ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Pattern ซึ่งขึ้นรูปได้จากหลายกระบวนการ ทั้ง 3D Printing การฉีด Wax หรือการแกะสลัก
  • ตัววัสดุที่นำมาเป็น Pattern นั้นต้องแข็งแรงในระดับหนึ่ง เพื่อให้คงรูปร่างชิ้นงานที่ต้องการในขณะทำแม่พิมพ์ วัสดุที่ใช้ทำแม่พิมพ์มีตั้งแต่ซิลิโคน ผงแป้ง หรือเซรามิกส์ชนิดอื่นที่ทนความร้อนจากโลหะหลอมเหลวได้
  • ขณะหล่อควรมีเครื่องมือช่วยปิดแม่พิมพ์ให้สนิท ไม่ให้เปิดออกหรือมีช่องว่างขณะทำการหล่อ
  • ใช้งานได้ในทุกอุตสาหกรรม ทุกระดับ ตั้งแต่การหล่อทั่วไป จิวเวลรี่ ชิ้นส่วนรถยนต์ และเครื่องจักร จนไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
  • ใช้ได้กับโลหะเกือบทุกชนิด
Caption A
แหวนเงินจากการหล่อ Wax Resin ด้วย 3D Printer 

ขั้นตอนการทำงาน 

1. ขั้นตอนการสร้าง Master หรือ Pattern ที่ปัจจุบันมักใช้กระบวนการผลิตสมัยใหม่ในการขึ้นรูป เช่น CNC หรือ 3D Printer เป็นต้น ซึ่งทำได้รวดเร็วและได้คุณภาพของชิ้นงานที่สม่ำเสมอ เหมาะกับการผลิตในจำนวนมาก

หรือในกรณีที่ชิ้นงานมีขนาดใหญ่หลายเมตร สามารถใช้หุ่นยนต์ (Robot) ขนาดใหญ่เพื่อกัดโฟมทำเป็น Pattern ได้ แต่ความละเอียดจะด้อยกว่า 2 กระบวนการด้านบน

2. ขั้นตอนการสร้างแม่พิมพ์เซรามิกส์ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยตามแต่วิธีการสร้างต้นแบบ ซึ่งอาจต้องมีขั้นตอนการชุบแข็งสำหรับบางวัสดุ หรือการเคลือบชิ้นงานเพื่อให้รายละเอียดคงอยู่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของการหล่อวัสดุที่เป็นแวกซ์จากเครื่อง 3D Printer หรือ CNC มักจะพร้อมใช้งานทันที

การติดทางวิ่งของน้ำโลหะในงานจิวเวลรีก่อนทำแม่พิมพ์
การติดทางวิ่งของน้ำโลหะในงานจิวเวลรีก่อนทำแม่พิมพ์
Caption B
ภาพตัดขวางของแม่พิมพ์

วัสดุที่นำมาเป็นแม่พิมพ์นั้น เช่น ซิลิกา, อลูมิเนียมซิลิกา, ยิบซัม, เซอร์โคเนียม ซึ่งมีราคาไม่แพง ทนความร้อนและแรงดันได้สูงโดยที่แม่พิมพ์ไม่แตกหัก มักเรียกกันว่า ปูนหล่อ

3. ขั้นตอนการ Dewax หรือ Debinding คือการเริ่มต้นให้ความร้อนเพื่อให้เนื้อ Pattern หลอมละลาย ซึ่งมักพบปัญหาแม่พิมพ์แตกในช่วงนี้ เนื่องจากการขยายตัวของ Pattern ทางแก้คือให้ดูคู่มือการหล่อของผู้ผลิตแวกซ์ว่าควรตั้งค่าอัตราการเพิ่มอุณหภูมิอย่างไรจึงจะเหมาะสม

Debinding
4. เพิ่มอุณหภูมิและเทโลหะที่ต้องการหล่อ หลังจากได้เบ้าแม่พิมพ์เซรามิกส์แล้ว ให้เข้าสู่ขั้นตอนการเผาแม่พิมพ์ให้แข็งตัวอย่างสมบูรณ์และไล่ความชื้นภายใน จากนั้นจึงเทน้ำโลหะหลอมเหลวเข้าไปในเบ้าพิมพ์
5. ขั้นตอนการแกะชิ้นงาน ซึ่งในหลายกรณีต้องทำลายหรือทุบตัวพิมพ์เซรามิกส์ทิ้งเพื่อเอาชิ้นงานภายในออกมา ดังนั้นจึงเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
6. ทำความสะอาดและขัดตกแต่งผิว เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการหล่อ คือการตัดส่วนที่ไม่สำคัญออก เช่น ทางเข้า (gate), ทางวิ่ง (runner) ในกรณีที่หล่อหลายชิ้นในแม่พิมพ์เดียวกัน หรือส่วนที่เป็นทางน้ำล้นที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการออกทั้งหมด แล้วจึงทำการขัดตกแต่งผิว

ข้อดี-ข้อเสีย

  • คุณภาพผิวดี เรียบเนียน ใช้เวลาตกแต่งและขัดน้อย
  • ขนาดแม่นยำ ขึ้นรูปงานที่ซับซ้อนได้
  • ใช้กับโลหะได้หลากหลายชนิด
  • ไม่มีรอยปิดพิมพ์ (Parting line)
  • ใช้พลังงานในการผลิตน้อย
  • สามารถผลิตงานที่มีรูปร่างภายใน หรือส่วนที่มีสลักได้
  • ต้นทุนยังสูง เนื่องจากต้องทำ Pattern และแม่พิมพ์เซรามิกส์ใหม่ทุกครั้ง
  • ขนาดชิ้นงานเล็กสุดค่อนข้างจำกัด
  • เนื่องจากใช้การไหลตามธรรมชาติของน้ำโลหะ จึงมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่างที่ส่งผลต่อการหล่อ ตั้งแต่ชนิดแวกซ์ ชนิดของวัสดุที่นำมาทำแม่พิมพ์เซรามิกส์ และชนิดของโลหะ ซึ่งทั้งหมดมีความแตกต่างกัน
ตะกร้าสินค้า 0

ตะกร้าสินค้าของคุณว่างเปล่า

เริ่มช้อปเลย