• sales
  • 064-931-9191
  • admin@sync-innovation.com
  • support
  • 095-778-1204
  • support@sync-innovation.com
  • mon-sat 8:00-19:00
Menu

10 สิ่งที่ควรรู้ เมื่อจะเปลี่ยนจาก FDM เป็น MSLA 3D Printer

ทำไม MSLA 3D Printer ถึงน่าใช้งาน ?

MSLA 3D Printer (masking sla) เป็นคำศัพท์ใหม่ที่หลายบริษัทใช้แทนคำว่า LED หรือ LCD 3D Printer โดยหลักการทำงานเหมือนกันหมด คือใช้จอแสดงผลเป็นตัวฉายภาพ (masking) โดยมีแหล่งกำเนิดแสง UV อีกส่วนหนึ่ง เพื่อให้เรซิ่นแข็งตัว มีข้อดี และข้อน่าสนใจคือ

  • ราคาถูกลงมากในปัจจุบัน จากเมื่อ 3-4 ปี ก่อนอยู่ในระดับหลักแสนบาท ปัจจุบันเริ่มต้นหลักหมื่นต้นๆเท่านั้น
  • MSLA 3D Printer เป็นเทคโนโลยีที่ให้คุณภาพผิวสูงมาก เมื่อเรียบเทียบกับเทคโนโลยีทั้งหมด
  • พิมพ์ได้เร็วกว่า FDM 3D Printer หลายเท่า ยิ่งจำนวนชิ้นงานเยอะ ยิ่งเห็นความต่าง
  • วัสดุเรซิ่นราคาถูกลง หลากหลายมากยิ่งขึ้น
  • ความละเอียดเพิ่มขึ้นตามเทคโนโลยีจอ LCD วันนี้มาตรฐาน 2K แต่ในอนาคตอีก 3-4 ปี อาจจะกลายเป็น 8K ในราคาเท่าเดิม
ความละเอียดสูง เหมาะกับงานชิ้นเล็ก
FDM VS SLA 3D Printer
ความเรียบของผิวเหมือนงานหล่อ/ฉีด

เครื่องปัจจุบันที่ใช้คำว่า MSLA 3D Printer ในการขายคือ Prusa SL1 และ Peopoly Phenom ในขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นก็ใช้คำที่แตกต่างกันออกไป

Prusa SL1
Peopoly first MSLA 3D Printer
Peopoly Phenom

10 ปัญหาและข้อระวังเมื่อเปลี่ยนเป็น MSLA 3D Printer

1. มีขั้นตอนการทำงานมากขึ้น

  • ปกติแล้วเครื่อง FDM ทั่วไปหลังปริ้นงานเสร็จ ตัด Support ทิ้งก็พร้อมใช้งานเลย
  • งานแบบเรซิน หลังพิมพ์เสร็จก็ต้องล้างด้วย IPA เป่าให้แห้ง แล้วเข้าตู้อบ UV อีกที ซึ่งเรซินบางชนิดอาจต้องอบเป็นเวลานานถึง 30 นาที
  • Support ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในการปริ้นงานแแบบเรซิน ดังนั้นต้องเสียเวลาตัดทิ้ง แถมการสร้าง Support ก็ต้องใช้ประสบการณ์ระดับหนึ่ง
  • เครื่องไม้ เครื่องมือต้องมีมากขึ้น จากปกติแค่เกรียงกับคีมตัดก็พอ แต่งานเรซิน ต้องมีบ่อล้าง Ultrasonic ตู้อบ คีมตัดคมๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย (บทความ”อุปกรณ์ที่ควรมีสำหรับงานเรซิน“)
ล้างด้วย IPA หลังปริ้นเสร็จ
Curing Box
เข้าตู้อบ UV เพื่อให้

2. พิมพ์งานหนาหรือใหญ่ได้ยากกว่า FDM

  • เครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบเรซินส่วนใหญ่ในระดับ Desktop มักจะเป็นระบบ Top-Down (ถาดพิมพ์ชิ้นงานเคลื่อนลง) ดังนั้นมักเกิดปัญหาดึงชิ้นงานไม่ขึ้นจาก Resin tank เกิดเป็นสุญญากาศหรือแวคคัมขึ้น ดังนั้จึงมีการเอียงชิ้นงาน 45 องศา เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่เหมือนเครื่อง FDM ที่มักวางให้ฐานใหญ่ ใช้ Support น้อยที่สุด
  • อีกวิธีการการทำให้ชิ้นงานกลวง (Hollow) เพื่อลดพื้นที่สัมผัสระหว่างเรซินที่แข็งตัวกับตัว fep film (เป็นสิ่งที่ต้องทำ) ซึ่งถ้าเครื่องเล็กๆความหนาไม่ควรเกิน 3-5 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จ หากเป็นงานโมเดลหนา 1mm ก็เพียงพอแล้ว
  • ในกรณีที่งานขนาดใหญ่เกิน 15×15 cm ต้องไปลดเวลาในการยกขึ้นในการพิมพ์แต่ละชั้น เพื่อป้องกันงานหลุด หรือ Support ขาด ทำให้เวลาในการพิมพ์นานขึ้นไปอีก
  • ต้องการใช้ประสบการณ์ระดับสูงในการพิมพ์ชิ้นงานที่ใหญ่และหนาให้สำเร็จไม่บิดเบี้ยว หรือพิมพ์เสีย
elegoo mars bad support create
งานใหญ่ โอกาสพิมพ์เสียสูงมาก
งานติดที่ถาดเรซิน ปัญหาปกติ

3. เชื่อการสร้าง Support แบบ Auto ไม่ได้ !

จากที่ผู้เขียนทดลองใช้โปรแกรมฟรีจนถึงเสียเงินมาเกือบ 10 โปรแกรม ปัญหาที่พบคือการสร้าง Support แบบอัตโนมัติ โดยไม่ตรวจสอบมีโอกาสที่งานจะเสียสูงมาก ที่ใช้ได้คือ Preform ของ Formlabs ที่ฉลาดแต่อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปไม่สามารถเอามาใช้ได้ ดังนั้นจุดนี้ต้องอาศัยการเรียนรู้พอสมควร
  •  ไม่มี Support ในจุดที่จำเป็นต้องมี
  • Support บางจุดเล็กเกินไป ไม่เหมาะสมกับขนาดของงาน
  • บางโปรแกรมสร้าง Support ทะลุ หรือกินเนื้อชิ้นงาน ต้องเสียเวลาตกแต่งอีกมาก
  • งานระดับจิวเวรี หรือโมเดลยาก ต้องไปสร้างในโปรแกรมเขียน CAD 3D แทน
ในขณะที่เครื่องแบบ FDM ต่อให้สร้าง Auto Support ไม่ดี มีล้มบ้าง แต่โอกาสเสียก็ยังน้อยกว่า มีผลกระทบน้อยกว่ามาก
Source: https://ameralabs.com
MSLA 3D Printer Jewelry
Support งานจิวเวรีที่เขียนขึ้นเอง
Support ที่ไม่สามารถสร้างแบบ Auto ได้

4. ปัญหาการหดตัว และขนาด

  • กลไกการเปลี่ยนจากของเหลวเป็นของแข็ง ซับซ้อนกว่าพลาสติกหลอมเหลวแล้วเย็นตัว ดังนั้นเรซินปกติมักมีค่าการหดตัว 1-2% จึงต้องเผื่อขนาดตรงจุดนี้
  • ทั้งนี้พฤติกรรมการหดตัว มักเกิดขึ้นที่ปลายของชิ้นงาน ยิ่งงานทรงเรขาคณิตสี่เหลี่ยม มักเห็นชิ้นงานงอขึ้นที่ปลาย
  • งานสวมประกอบต้อง Calibrate ทุกครั้งที่เปลี่ยนชนิดเรซิน
  • ในกรณีของ FDM จะควบคุมเรื่องขนาดได้ง่ายกว่า

5. มีขั้นตอน Post Processing หลังพิมพ์เสร็จ

  • เพิ่มเติมจากข้อแรกคือ เรซินแต่ละยี่ห้อ แต่ละชนิดมีวิธีการ Post Processing ที่ไม่เหมือนกัน เช่น ชนิดนี้ล้าง IPA 3 นาที ชนิดนี้แค่ใช้ IPA  สเปรย์ไป แล้วใช้ Blower เป่าแห้ง หรือตัวอย่างเรซินของ Photocentric ประเทศอังกฤษก็มีขั้นตอนเฉพาะตัว
  • หรือขั้นตอนการอบด้วย UV บางชนิดก็ต้องใช้ตัวอบเฉพาะ เช่น Bluecast cr3a
  • งานบางชนิดการตัด Support ก่อน-หลัง การอบ มีผลต่อรูปร่างของชิ้นงานที่อาจจะเบี้ยวหลังการอบได้

6. การเสื่อมสภาพของอะไหล่

    • LCD Panel มีอายุการใช้งาน 500-1000 ชั่วโมง โดยเฉลี่ย แต่หากใช้งานไม่ระมัดระวัง มีอะไรไปกดจอ หรือทำงานในที่อุณหภูมิสูง ก็จะเสื่อมสภาพไวขึ้น
    • FEP Film หรือ PDMS มีอายุการใช้งาน ที่ต้องเปลี่ยนตามรอบ ปกติ FEP 3-5 ลิตร ขึ้นกับชนิดเรซิน ในขณะที่ PDMS 2-3 ลิตรก็เริ่มมีฝ้าขึ้นแล้ว
    • ในขณะที่เครื่อง FDM ของผู้เขียน ใช้งานเส้นมา 20 กิโลกรัม ยังไม่ต้องเปลี่ยนหัวฉีด หรือมอเตอร์อะไรเลย (ปริ้นแต่ PLA Filament)
เกิดจุดดำหรือ Dead Pixel ที่จอ LCD

7. ต้องหมั่น calibrate อยู่เสมอ

  • ถึงแม้ว่าจอ LCD จะทำงานปกติ ไม่มี Dead Pixel แต่ตัวฉายแสงก็มีอายุการใช้งาน เช่นเดียวกัน ซึ่งตรวจสอบได้ยากกว่าด้วย เนื่องจากความเข้มจะลดลงเรื่อย ตามอายุการใช้งาน หากผ่านการใช้งานไป 400-500 ชั่วโมงแล้ว รู้สึกว่าปริ้นงานไม่ติด รายละเอียดขาดหาย อาจจะต้องตั้งเวลาฉายแสงใหม่ เพราะเริ่มเสื่อมสภาพ
  • เช่นเดียวกับ FEP Film ที่ใช้ไปความใสจะลดลง ทำให้การส่องผ่านของแสงลดลง หากไม่เปลี่ยนก็ต้องนั่งตั้งค่าใหม่ (อันนี้แนะนำให้เปลี่ยนดีกว่า เพราะไม่แพง)
  • เรซินแต่ละลอต ถึงแม้จะมาจากโรงงานเดียวกัน สีเดิม แต่ก็ควรเสียเวลา Calibrate ค่าซํก 20-30 นาที ให้มั่นใจว่าสามารถใช้ค่าเดิมได้ หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ (ตัวอย่างการ Calibrate ใน Sync DLP 180)

8. อันตรายที่เพิ่มมากขึ้น

  • ปกติการใช้งานเครื่อง FDM 3D Printer ถึงแม้จะมีกลิ่น หรือฝุ่นบ้าง แต่ก็หาทางป้องกันได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเครื่องรุ่นใหม่ๆ มีทั้งตู้ปิด ที่กรองฝุ่น ก็ช่วยลดอันตรายต่อผู้ใช้ไปได้บ้าง
  • ในขณะที่เครื่องพิมพ์แบบเรซิน มีวัสดุที่มีสารระเหยจำนวนมาก ทั้งตัวเรซินเอง IPA แสง UV ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสูดดม หรืออันตรายทางผิวหนัง ดังนั้นควรหาอุปกรณ์ป้องกันให้มากขึ้น
  • มีรายงานผู้ใช้ที่แพ้ทั้งตัวเรซิน และตัว IPA เกิดเป็นผื่นแดง ดังนั้นคนที่อยู่ในกลุ่มเสียง ผิวหนังแพ้ง่ายยิ่งต้องใช้ความระมัดระวัง
thin glove
small mask for SLA 3D Printer

9. ยิ่งใหญ่ ความละเอียดยิ่งลด !

  • ปัจจุบันจอ 2K กลายเป็นมาตรฐานของเครื่องในกลุ่มนี้ แต่หากเอาจอมาขยายใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ฉายแสง ความละเอียดจะลดลงเป็นเท่าตัว สำหรับคนที่ซีเรียสเรื่องพื้นผิวอาจจะต้องพิจารณา
  • เครื่องใหญ่ๆขนาดปริ้นเรซินได้ 50 cm ความละเอียด XY อยู่ที่ 137-150 ไมครอน ยังถือว่าดีกว่าเครื่อง FDM ระดับหนึ่ง
Photocentric Magna 137 micron

10. อย่าเชื่อข้อมูลบน Internet จนกว่าจะเห็นปัญหา

  • สำหรับผู้ขาย การใช้งานเครื่องเป็นเรื่องง่ายอยู่แล้ว เพราะมีประสบการณ์ และเวลาอยู่กับเครื่องมากกว่าผู้ซื้อ ดังนั้นคนที่กำลังสนใจจะซื้อเครื่อง ลองย้อนกลับไปอ่านข้อ 1-9 แล้วพิจารณาถึงความเสี่ยง และปัญหาที่จะเกิดขึ้น ก่อนตัดสินใจซื้อ
  • ปัจจุบัน FDM ตอบโจทย์การทำงานต้นแบบได้ดีในระดับหนึ่ง ทั้งด้านการใช้งานง่าย ต้นทุนต่ำ เสถียรภาพสูง แถมพิมพ์ได้ขนาดใหญ่ หากเรื่องคุณภาพผิวไม่จำเป็น ผู้เขียนแนะนำว่าไปลงทุนกับเครื่องแบบ FDM ดีๆ มากกว่า!

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

สนใจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรามีเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภท ตั้งแต่บุคคลเริ่มต้นจนไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งาน และวัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด

ติดตามข่าวสารและบทความ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

FDM VS SLA Detail compare
3D Printer Technique

3D Model Calibration โหลดฟรีสำหรับทดสอบเครื่อง 3D Printer

การทำงานของเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ดีที่สุด ต้องทำการทดสอบและปรับเทียบเครื่องก่อนเริ่มการใช้งานจริง ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานของเครื่องมือโดยทั่วไป

อ่านต่อ
ship building additive manufacturing
3D Printing Technology

Additive Manufacturing กับอุตสาหกรรม Ship building

Additive manufacturing ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการต่อเรือ ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมเท่านั้น ยังคงรวมถึงห่วงโซ่อุปทานการต่อเรือที่ได้รับประโยชน์อย่างมากจากการบูรณาการด้วยการพิมพ์

อ่านต่อ