• sales
  • 064-931-9191
  • admin@sync-innovation.com
  • support
  • 095-778-1204
  • support@sync-innovation.com
  • mon-sat 8:00-18:00

รู้จัก Drug Delivery Systems กันหรือยัง

Drug Delivery Systems หรือ “ระบบนำส่งยา” คือ การเตรียมยาหรือวัคซีนในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถควบคุมให้ปลดปล่อยยาในอัตรา ปริมาณ และเวลาที่กำหนด จะสามารถนำยาไปยังอวัยวะ หรือบริเวณเป้าหมายในร่างกายได้ตามต้องการ เพื่อทำให้เกิดผลสูงสุดในการรักษาและลดผลข้างเคียง

ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นจะใช้ในการรักษาของมนุษย์เพียงอย่างเดียว ยังมีประโยขน์ในการรักษาสัตว์ได้เช่นกัน ทำให้ลดความเครียดจากการบังคับสัตว์หรือการให้ยาซ้ำ เพื่อลดต้นทุนเนื่องจากสามารถลดแรงงาน และลดเวลาในการปฏิบัติงานของสัตวแพทย์กับตัวสัตว์

https://picswe.net

วัสดุที่ใช้กับระบบนำส่งยาที่สำคัญก็คือ พอลิเมอร์ ซึ่งในระบบนำส่งยาจะช่วยควบคุมให้การปลดปล่อยยา เป็นไปตามต้องการ โดยทำหน้าที่ใน 3 ลักษณะใหญ่ๆ คือ เป็นสารช่วยควบคุมการปลดปล่อยให้เกิดช้าๆ และคงที่ในปริมาณที่ต้องการ เป็นตัวช่วยป้องกัน และนำส่งยาไปยังบริเวณเป้าหมายในร่างกาย โดยไม่ทำให้ยาเกิดการปลดปล่อย หรือตัวยาถูกทำลายไปก่อน ทั้งนี้พอลิเมอร์ที่เลือกใช้ ต้องมีสมบัติทางชีวภาพสำคัญคือ มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อในร่างกาย (biocompatible) สามารถย่อยสลายได้ในร่างกาย (biodegradable) และสามารถย่อยสลายในร่างกายได้เมตาบอไลซ์ (metabolite) จากการย่อยสลายที่ไปเป็นองค์ประกอบของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน จึงทำให้ไม่เป็นพิษ
ยาที่ใช้ในการผลิตเพื่อเป็นระบบนำส่งยา ได้แก่ ยาต้านจุลชีพ ยากําจัดหนอนพยาธิ วิตามิน แร่ธาตุ สารกระตุ้นการเจริญเติบโตต่าง ๆ และ ฮอร์โมน เป็นต้น

3D Printer ในการผลิตยา

มีผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกเป็นผู้ใช้ยาและแคปซูลยาเป็นประจำ แม้ว่าเราจะยอมรับความจริงที่ว่ายาทำให้เรารู้สึกดีขึ้นและตอบสนองต่อเราในการรักษา แต่ก็ไม่ควรมองข้ามความยากลำบากที่เราเผชิญเมื่อทานยา

จากข้อมูลของ PMLive ที่ได้การสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่าผู้คนมากถึง 50% มีปัญหาระหว่างการรับประทานยา บางคนกลืนยาแคปซูลได้ยาก เนื่องจากยามีขนาดใหญ่ เด็ก ๆ อาจหลีกเลี่ยงยาเม็ดเนื่องจากมีรสชาติที่ไม่เป็นที่พอใจ มันยังแย่กว่านี้ในกรณีของผู้สูงอายุ ยาประจำของพวกเขาที่กินปกติรวมถึงการหยิบยากินด้วยตัวเอง ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการทานยาเม็ด

ดังนั้นการพิมพ์ 3 มิติ เพื่อใช้ป้อนยาหรือผลิต “ยาเฉพาะบุคคล” เป็นทางออกที่ดูเหมาะสม นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านเภสัชกรรมจึงเชื่อว่าการพิมพ์ 3 มิติ อาจเป็นคำตอบสำหรับปัญหาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยา

(https://all3dp.com)

3D Printer หรือการพิมพ์ 3 มิติ มีศักยภาพที่จะทำให้เกิดประโยชน์อื่น ๆ กับผู้ป่วย โดย “GSK” หนึ่งในการทดสอบใช้เทคโนโลยี 3D Printer ผลิตยาและสามารถพิมพ์รูปแบบยาเฉพาะของผู้ป่วยได้แล้ว หวังว่าในอนาคตจะมีการใช้เครื่องพิมพ์ในร้านขายยา ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมาก อย่างไรก็ตามรูปแบบนวัตกรรมนี้ยังคงอยู่ในช่วงของการพัฒนาให้มีความเสถียรและใช้งานง่ายต่อไป

เรามักจะเห็นการพิมพ์ 3 มิติที่ใช้ในการผลิตระบบนำส่งยา แต่นักวิจัยสามคนจากมหาวิทยาลัย Sussex กำลังรวมเทคโนโลยี Fused Deposition Modelling (FDM) เข้ากับสิ่งที่เรียกว่า Hot-Melt Extrusion (HME) เป็นการประยุกต์ใช้ทางเภสัชกรรมขั้นสูงด้วยกระบวนการ FDM สำหรับการผลิตยาส่วนบุคคล

(https://3dprint.com)

ข้อได้เปรียบของการใช้ HME ในการผลิตเส้นใยพอลิเมอร์สำหรับการพิมพ์ด้วยระบบ FDM คือการกระจายตัวที่เป็นเนื้อเดียวกันของปริมาณสารผสมสองชนิดหรือมากกว่านั้น ซึ่งก็คือตัวยาต่างๆ ที่เภสัชกรรมได้ออกแบบไว้ สามารถสร้างเป็นพอลิเมอร์และยาที่ทนความร้อน

เทคนิค HME สำหรับการพัฒนาการพิมพ์ 3 มิติ สามารถปรับปรุงการดูดซึมและการละลายของยาได้ดีขึ้น รวมทั้งรักษาระดับการปลดปล่อยตัวยาในระยะเวลายาวนานได้ดี

3D Printer ที่รองรับ

เครื่อง 3D Printer ที่รองรับ สามารถใช้เครื่องที่เป็นระบบ FDM, SLS, STL, DLP และอื่นๆได้ ปัจจัยหลักสำหรับการใช้ 3D Printer ในการผลิตยาก็คือ filament ที่มีตัวยาผสมอยู่ หรืออยู่ในลักษณะของเหลว อย่างเช่น เรซิ่น

– Sintratec’s

– MakerBot

และอื่นๆ

Sintratec’s

 

Print Volume (max.);   110 x 110 x 110 mm

Print Volume (recomm.);   90 x 90 x 90 mm

Layer Height;   50 – 100 Micrometers

Laser Speed;   5 – 20 mm/s

Temperature;  80 – 150 °C

Outer Dimensions
Heigth; 600 mm
Width; 520 mm
Depth; 380 mm
Weight; 28 kg

Power Connection; 230 V or 110 V AC

Peak Power Consumption; 1.7 kW

Melting Point; 110-180 °C

MAKERBOT REPLICATOR 2X

 

Print Technology;   Fused Deposition Modeling

Build Volume;    24.6 L x 15.2 W x 15.5 H cm [9.7 x 6.0 x 6.1 in]

Layer Resolution;   100 microns [0.0039 in]

Positioning Precision; XY: 11 microns [0.0004 in] Z: 2.5 microns [0.0001 in]

Filament Diameter;   1.75 mm [0.069 in]

Nozzle Diameter;   0.4 mm [0.015 in]

Product Dimensions
Without Spool; 49 L x 32 W x 53.1 H cm [19.1 x 12.8 x 20.9 in]

With Spool;   49 L x 42 W x 53.1 H cm [19.1 x 16.5 x 20.9 in]

Shipping Dimensions;   60.5 L x 58.4 W x 41.7 H cm  [23 x 23.8 x 16.4 in]

Product Weight;   12.6 kg [27.8 lbs]

Shipping Weight;   17.8 kg [39.25 lbs]

Storage Temperature;   0 – 32 ° C [32 – 90 ° F]

Operating Temperature;   15 – 32 ° C [60 – 90 ° F]

AC Input;   100–240 V, ~4 amps, 50–60 Hz

Power Requirements;
24 V DC @ 9.2 amps

ที่มา;

https://3dprint.com/230126/researchers-combine-fdm-3d-printing-with-hot-melt-extrusion-for-drug-delivery-systems/

https://all3dp.com/2/3d-printing-drugs-the-latest-advancements-around-the-world/

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

สนใจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรามีเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภท ตั้งแต่บุคคลเริ่มต้นจนไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งาน และวัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด

ติดตามข่าวสารและบทความ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

3D Printing Materials

3D Filament สำหรับงานบรรจุภัณฑ์ Packaging

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ หรือ Packaging มีเพื่อสำหรับบรรจุชิ้นส่วนต่างๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย เพื่อให้สิ่งของเหล่าสามารถขนส่งได้ง่าย และถึงมือผู้ใช้ในสภาพที่สมบูรณ์

อ่านต่อ
Fiber 3d printer desktop metal
3D Printing Technology

Desktop Metal Fiber เครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับอุตสาหกรรม

Desktop Metal Fiber เป็นเครื่องในกลุ่มของวัสดุคอมโพสิตพอลิเมอร์จาก Desktop Metal โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่ต้องการชิ้นส่วนที่มีขนาดเบา และมีความแข็งแรงสูง

อ่านต่อ