• sales
  • 064-931-9191
  • admin@sync-innovation.com
  • support
  • 095-778-1204
  • support@sync-innovation.com
  • mon-sat 8:00-19:00
Menu

ไอเดียรถไร้คนขับกับ 3D Printing

3D Printing Self-Driving

Self-Driving Car หรือรถไร้คนขับ เป็นรถที่มีระบบอัจฉริยะ สามารถขับเคลื่อนได้เองโดยอัตโนมัติ เป็นอีกหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ ถือได้ว่ารถยนต์ไร้คนขับจะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ในอนาคตช่วงทศวรรษ 2020 อย่างมาก ซึ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่าน มีผู้ผลิตรถยนต์หลายบริษัทได้ทำการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น Google, Apple, Uber, Baidu, Intel เป็นต้น ต่างก็หันมาให้ความสนใจผลิต Driverless Cars เพื่อออกสู่ตลาดเป็นเชิงพาณิชย์  ไม่นับรวมไปถึงบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ อีกมากมาย และมีการผลิตรถจากกระบวนการ 3D Printing

ในปี 2016-2017 Fiat Chrysler ได้ทำการผลิตรถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous car) จำนวน 100 คัน โดยออกมาอวดโฉมในรูปแบบรถมินิแวน รุ่น 2017 Chrysler Pacifica Hybrid และสามารถวิ่งบนท้องถนนจริงได้ รถยนต์ไร้คนขับใช้ระบบปฏิบัติการขับเคลื่อนที่เรียกว่า Automated Driving Systems หรือ ADSs  ซึ่งเปรียบเทียบได้กับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของเครื่องบินนั่นเอง 

รถยนต์ไร้คนขับภายใต้ชื่อ Olli ที่ถูกผลิตขึ้นโดย Local Motors ในช่วงปี 2016 ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยี IBM Watson ซึ่งเป็นระบบ Artificial Intelligence (AI) สำหรับประมวลผลเส้นทางและทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถ ในขณะที่ตัวรถเองก็ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ทำให้รถมีน้ำหนักเบา ใช้วัสดุน้อยกว่าการผลิตด้วยวิธีการอื่นๆ และประหยัดต้นทุนการผลิตในจำนวนน้อยๆ เพื่อเป็นต้นแบบในช่วงเริ่มต้นการนำไปใช้งาน แต่ยังคงรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 12 คนต่อคัน

Waymo ได้พัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ภายในบริษัท สำหรับเทคโนโลยีการขับขี่โดยอัตโนมัติ และร่วมมือกับ Magna เพื่อช่วยรวมระบบการขับขี่แบบไร้คนขับเข้ากับยานพาหนะ Fiat Chrysler Automobiles และ Jaguar Land Rover ปัจจุบันวิศวกรของ Waymo สามารถผลิต Chrysler Pacifica hybrid ที่มีกำลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาดเล็กไปพร้อมกับเทคโนโลยีในการขับขี่แบบไร้คนขับได้สำเร็จ

Additive Manufacturing 3D Printer กับการผลิต Driverless Cars

Driverless Cars  ก็คือรถไร้คนขับ หนึ่งในการคิดค้นนวัตกรรมของมนุษย์นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนมาถึงเทคโนโลยี 3D Printing ที่ใช้ผลิตโครงสร้างรถยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งดูเหมือนว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเดินทางมาถึงขั้นผลิตรถยนต์ไร้คนขับ จากนวัตกรรมล้ำสมัยที่ปรากฏเป็นภาพจินตนาการในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง จนเราคาดหวังว่ารถยนต์ไร้คนขับจะเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกไปไม่ต่างจากโทรศัพท์สมาร์ตโฟน แต่ในช่วงเวลา 3 – 4 ปีที่ผ่านมาก็ได้ปรากฏรถไร้คนขับออกมาหลายเวอร์ชั่นให้ได้เห็นกันแล้ว

เทคโนโลยีหลักๆ ที่สำคัญในการสร้างรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ จะถูกบูรณการจากศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกัน ได้แก่ Computer Vision, Deep Learning, Robotic, และ Navigation นอกจากนี้โครงสร้างรถจะผลิตขึ้นด้วยเครื่อง 3D Printer โดย Local Motors เมืองฟินิกซ์ รัฐอริโซน่า ซึ่งเป็นผู้สร้างรถยนต์ 3 มิติคันแรกของโลกคือ Strati ด้วยกระบวนการ Additive Manufacturing และได้รับความร่วมมือจาก LM Industries ในปัจจุบัน LM Industries มองว่าวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์จะเป็นองค์ประกอบหลักของการผลิตแบบสารเติมแต่ง (AM) ในอนาคต และจำเป็นต่อ Olli ซึ่งสร้างขึ้นจากเทอร์โมพลาสติกเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ (carbon-fiber reinforced)

Thermwood, Dale, Ind. ได้ติดตั้งระบบการผลิตแบบ Large Scale Additive Manufacturing (LSAM) เพื่อผลิต Olli ที่โรงงานของ Local Motors ใน Knoxville, Tennessee สหรัฐอเมริกา  ด้วยการสร้างขนาดการพิมพ์ 10 x 40 ฟุต จึงเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติวัสดุคอมโพสิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสามารถพิมพ์ได้ทั้งแนวนอน แนวตั้ง พิมพ์ และตัดแต่งบนเครื่องเดียวกันได้เลย

รถไร้คนขับ Olli ได้รับการออกแบบและพิมพ์แบบ 3 มิติ จึงสามารถเพิ่มคุณสมบัติที่แตกต่างกันเพื่อให้สามารถออกแบบและพิมพ์รถรับส่งคันใหม่ให้เหมาะกับเมือง และพื้นที่ใช้งาน สามารถเปลี่ยนไฟล์และพิมพ์ Ollis เป็นชุดให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ นอกจากนี้ Olli ถูกนำไปใช้ที่ State University of New York (SUNY) ที่ Buffalo ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนให้กับโรงเรียนและรัฐนิวยอร์ก มีการใช้ทำแผนที่การศึกษาแบบอิสระ และทดสอบประสิทธิภาพจากการผลิตจาก LM Industries มีการนำไปใช้ในกองเรืออีกด้วย

อีกหนึ่งประเทศที่น่าสนและอยู่ใกล็ประเทศไทยมาก ก็คือประเทศสิงคโปร์ ที่มีจุดประสงค์ชัดเจนและเป้าหมายใหญ่ที่จะขึ้นเป็นผู้ผลิตรถไร้คนขับ เป็นประเทศที่เตรียมพร้อมเรื่องยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติในปี 2019 และยังเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน รองจากประเทศเนเธอร์แลนด์ จากทั้งหมด 25 ประเทศทั่วโลกที่ทำการสำรวจ โดยดัชนีวัดผลมาจากองค์ประกอบหลายปัจจัย ได้แก่ นโยบายของรัฐบาล, แนวคิดที่คำนึงถึงเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในประเทศโดยรวม เป็นต้น

ประโยชน์ของรถไร้คนขับ

ในประเทศสิงคโปร์ ทางรัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาสังคมผู้สูงอายุที่กำลังเผชิญอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับส่วนหนึ่งก็เพื่ออำนวยความสะดวกต่อคนกลุ่มนี้ในอนาคตทั้งนี้ นางโจเซฟีน เต๋า รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากสังคมสูงอายุส่งผลให้อีกหนึ่งอาชีพประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก นั่นคือ พนักงานขับรถบัสโดยสาร ซึ่งประเมินว่าในปี 2022 อุตสาหกรรมรถบัสจำเป็นต้องจ้างพนักงานขับรถเพิ่มขึ้น 13% หรือประมาณ 11,100 คน จากปัจจุบัน 9,800 คน

รถยนต์ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะมีความสามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพภายนอกได้อย่างรวดเร็วกว่าการควบคุมด้วยคนขับ นั้นย่อมจะช่วยให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากขึ้น ท้องถนนจะมีอุบัติเหตุลดลง รายงานวิจัยจาก Eno Centre for Transportation พบว่า 90% ของรถยนต์ในสหรัฐอเมริกาเป็นรถแบบไร้คนขับ จะช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุลงได้เกือบ 80% เลยทีเดียว ปัจจุบันรัฐบาลสิงคโปร์อนุญาตให้เริ่มมีการใช้รถยนต์ไร้คนขับแล่นบนถนนแล้วในบางพื้นที่ โดยจำกัดความเร็วไว้ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และต้องมีผู้ขับขี่สำรองอยู่ในตัวรถด้วยเสมอ

Google Taxi ใช่แล้ว!!! เป็นรถแท็กซี่แบบไร้คนขับ เมื่อเทคโนโลยีพร้อมแล้ว Google จึงแนะนำบริษัทรถแท็กซี่ราคาประหยัด เพื่อใช้ในแคลิฟอร์เนียและร่วมมือกับผู้ผลิตยานยนต์เพื่อจัดหาซอฟต์แวร์รถยนต์ไร้คนขับให้กับประชาชนทั่วไปได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง ไอเดียนี้ดีมาก หากในประเทศไทยมีการใช้เทคโนโลยี driverless cars กับการขนส่งสาธารณะ น่าจะช่วยปัญหาการจราจรติดขัดลงได้บ้าง รวมทั้งปัญหา Taxi ปฏิเสธผู้โดยสาร

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

สนใจเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

เรามีเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานทุกประเภท ตั้งแต่บุคคลเริ่มต้นจนไปถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ พร้อมให้คำแนะนำการใช้งาน และวัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้คุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด

ติดตามข่าวสารและบทความ

บทความน่าสนใจอื่นๆ

Injection molding with 3D model
3D Printing Technology

3D Printing กับ Injection molding

การพิมพ์ 3 มิติและการฉีดขึ้นรูปอาจเป็นกระบวนการที่แตกต่างกันอย่างมาก แต่ทั้งคู่ต่างก็มีส่วนสำคัญในการผลิต โดย

อ่านต่อ
Youtube logo
3D Printing Technology

แนะนำ Youtube Channel ที่น่าสนใจสำหรับ Maker สาย 3D Printing

สำหรับยุคนี้การสื่อสารผ่านช่องทางอย่าง Facebook Youtube ได้รับความนิยมมากกว่าการทำคอนเทนต์ที่เป็นตัวอักษรบนเวบไซต์อย่างเดียวไปแล้ว เนื่องจากเป็นการสื่อสารที่เห็นภาพ

อ่านต่อ